แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนุนใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนุนใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

God be with you \(^o^)/





วันนี้ยังไม่มีบทความใดๆ (^o^)\

เลยแวะมาหนุนใจแทนแล้วกัน

ขอพระเจ้าเสริมกำลังในการงานทุกอย่างที่ทำอยู่

เห็นการเกิดผลในทุกๆ พันธกิจ ทุกงานที่อยู่ในน้ำพระทัยพระเจ้า

ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่ หรือเล็กน้อย

ไม่ว่าจะเป็นคริสตจักรใด อยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ก็ตาม

ทุกมือที่หว่าน จะได้รับการเก็บเกี่ยว




.. ขอพระเจ้าเสริมกำลังค่ะ \(^o^)/..

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

หินสะดุด



หินสะดุด ..... คือ บางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เราหยุดชะงัก


อาจไม่ใช่ การทดลองใดใด อาจไม่ใช่ การต่อต้าน


อาจไม่ใช่ สิ่งที่เรามองเห็น 'สะดุด' สิ่งเหล่านี้เรามองไม่เห็น หรือไม่ใส่ใจที่จะมอง


เราเลย 'สะดุด'


เราไม่คิดว่าสิ่งเหล่านี้มีผลต่อชีวิต ต่อความคิดของเรา


มันคืออะไรหล่ะ ?


บางที อาจจะเป็นเพียง 'คำพูด' ที่พร่ำบ่นต่อว่าบางสิ่งบางอย่างระหว่างวัน


บางที อาจเป็นเกมส์มันส์ๆ ที่เราใช้เวลาอยู่กับมันทั้งวัน จนละเลยหน้าที่บางอย่าง


บางที อาจเป็นนิสัยส่วนตัวบางส่วน ที่เราไม่อยากละทิ้ง แม้รู้ว่ามันไม่ถุกต้อง แต่คงซ่อนเอาไว้ก่อน


เห็นไหม ?


สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่มาจากภายนอกเลย


มาจากชีวิตภายในเราทั้งนั้น แล้ว หินสะดุดในชีวิตคุณคืออะไรหล่ะ ? .

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

นี่คือเวลา .... เวลาแห่งการอธิษฐาน


ในปี 1650 เยเรมีย์ เทเลอร์ ได้เขียนหนังสือชื่อ
“กฏและการกระทำของชีวิตที่บริสุทธิ์ (The Rules and Exercises of Holy Living)”
เขากล่าวเกี่ยวกับการอธิษฐานว่า


“พระคริสต์ทรงมอบฤทธิ์อำนาจของการอธิษฐานไว้ในมือมนุษย์
และคำอธิษฐานของมนุษย์ได้ช่วยให้เมืองและอาณาจักรต่างๆ รอดพ้นจากความพินาศ
คำอธิษฐานได้ชุบคนตายเป็นขึ้นสู่ชีวิต
ได้หยุดความรุนแรงของเพลิงที่เผาผลาญ
ได้ปิดปากของสัตว์ร้าย
ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของธรรมชาติ
ได้ทำให้ฝนตกในอียิปต์ และทำให้น้ำในทะเลแห้งผาก
คำอธิษฐานปกครองเหนือพระทั้งปวง
ได้หยุดดวงอาทิตย์ไม่ให้เคลื่อนไปและทำให้ดวงจันทร์หยุดโคจร
คำอธิษฐานทำให้การทนทุกข์ทรมานและความอ่อนแอของเรา
เป็นมิตรกับความรุนแรงของการทรมานและการข่มเหง
คำอธิษฐานทำให้พระเจ้าทรงพอพระทัย
และจัดหาทุกสิ่งที่เราต้องการและยังขาดอยู่นั้นให้แก่เรา”



วันนี้ ...

ขออย่าหยุดยั้ง และ เหินห่าง …
อย่าให้การอธิษฐาน นั้นไกลห่างจากชีวิตของเรา …
เพราะวันนี้ ...
อาจจะมีช่องว่างเล็กๆ ช่องหนึ่ง ที่คอยให้เราเป็นผู้เริ่ม…
เริ่มที่จะ … อธิษฐาน
เพียง ข้อความสั้นๆ ที่วิงวอนจากหัวใจ …
เพียง ข้อความสั้นๆ ที่เต็มล้นด้วยความเชื่อ …
เพียง แค่เป็นคน คนนั้น ที่มีใจ …. ‘อธิษฐาน’
ก็สามารถอุดช่องว่างเล็กๆ … นั้นได้
เพียงเราเริ่มต้น ... 'อธิษฐาน'
แล้ววันสุดท้ายมาถึง …
เมื่อพระองค์เสด็จกลับมา
จะพบว่า …
ที่ตรงช่องว่าง … ช่องนั้น
ยังคงมีเรา..
เป็นผู้ที่หยัดยืน ...
…. และทำบางสิ่ง
… สิ่งที่เป็นชีวิต ...
… ชีวิตแห่งการอธิษฐาน

… และนี่คือ เวลา …

“เวลาแห่งการอธิษฐาน ”


... และคำวิงวอนของผู้ชอบธรรมนั้น มีพลังมากและเกิดผล" (ยากอบ 5:16)

วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

Letter to You....


ณ วันนั้น ฉันนั่งลงเขียนจดหมาย

ฉันเขียนบอกกับเธอไปว่า

“…จะให้เราทำจริงหรอ ทำไม่ได้หรอก เราก็เป็นเพียงแค่น๊อตตัวเล็กๆ ตัวนึง
สิ่งที่ให้ทำมันเกินความสามารถเกินไปนะ เอาอะไรที่ง่ายๆ กว่านี้มีไหม ส่วนสิ่งนี้ให้คนอื่นทำเถอะ …”

มันเป็นความในใจที่ฉันเขียนบอกเธอไปอย่างนั้น แล้วเวลาก็ผ่านไป…


วันนี้ ก็มีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมาถึงฉัน … … จดหมายจากเธอ นั่นเอง


Dear Blue


.... เราได้รับจดหมายจากเธอแล้วนะ

ที่เธอคิดว่าเธอเป็นเพียงน๊อตตัวนึงที่คงทำบางสิ่งบางอย่างที่เราให้ทำไม่ได้หรอก

เธอคิดถูกแล้วที่เธอเป็นน๊อตตัวนึง แต่ไม่ถูกที่คิดว่าเธอทำไม่ได้

อยากให้จำไว้นะบลู เธอต้องเรียนรู้ที่จะเข้าสนิทอยู่ในการทรงสถิตของเราโดยไม่มองดูที่ตัวเอง
เธอจะไม่สามารถฟังเสียงเราหรือพูดกับเราได้หากเธอยังมัวแต่มองดูที่ตัวเองอยู่

เพราะจะทำให้ทุกเวลาเธอรู้สึกและเหนื่อยล้ากับสิ่งที่เราเรียกให้เธอทำ

แต่ไม่ใช่เพราะความพร้อมหรือความมั่นใจว่าตัวเธอทำได้หรอกนะที่จะทำให้เราใช้เธอ

อย่ามองดูที่ความไม่พร้อมของตัวเองซิ แต่จงมองดูความเพียบพร้อมบริบูรณ์ของเรา

และหยุดต่อว่าตัวเองว่าไม่ดีพอ แต่จงมองดูความชอบธรรมของเรา
เมื่อเราใช้เธอ นั่นไม่ใช่เพราะตัวเธอ แต่เพราะเราเอง

.... เธอคงรู้สึกว่าเราไม่พอใจในหลายๆ ครั้งเมื่อเธอเริ่มมองดูที่ตัวเอง

นี่คงเป็นความไม่พอใจเดียวกับที่เรามีต่อโมเสส เมื่อเขาเริ่มบ่นถึงความไม่พรักพร้อมของตัวเอง

สิ่งเหล่านี้แสดงว่า เธอมองดูตัวเองมากกว่ามองดูเรา

เป็นเรื่องใหญ่เลยนะ บางครั้งเราไม่สามารถใช้บางคนเพื่อทำบางสิ่งได้ในบางเวลา

ก็เพราะเขาไม่เห็นคุณค่าตัวเองว่าเราใช้เขาได้ ซึ่งบางทีอาจมองเป็นความถ่อมใจ

แต่เป็นความถ่อมใจอย่างผิดๆ

ซึ่งความถ่อมใจที่ผิดนี้ เป็นรูปแบบหนึ่งของความเย่อหยิ่งซึ่งทำให้มนุษย์ล้มลงในความบาป

ลองมองดู อาดัมและเอวาซิ พวกเขาเริ่มรู้สึกถึงความไม่ครบถ้วนของตัวเอง

และต้องการเป็นมากกว่าที่เราได้สร้างเขามา เขาเลยล้มลง




.... ดังนั้น

มั่นใจนะ อย่าคิดว่าทำไม่ได้

หากเราใช้ วางใจในเราซิ

ให้เราสร้างเธอในแบบที่เธอควรจะเป็น

จำไว้นะ ว่าเมื่อเราใช้เธอ

นั่นไม่ใช่เพราะตัวเธอพร้อม

แต่เพราะเรามั่นใจว่าเธอทำได้ .....

ลองมองดู ...

สิ่งเล็กๆ ที่พระเจ้าใส่ไว้ในชีวิตเรานั้นคืออะไร ?

ใช้มันออกไป ...

แม้มันอาจจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าใครเขา

แต่มันคือสิ่งที่พระเจ้าได้สร้างเรา ในแบบ ที่เราเป็น

~^_____________^~


ปล. เนื้อหาเค้าโครงดัดแปลง จากหนังสือเล่มหนึ่งที่อ่านมา แต่จำไม่ได้ว่าเล่มไหนในบ้าน ค้นเจอแล้วจะเข้ามาแจ้งที่มานะคะ
ภาพประกอบ จากค้นหาจากเว็บไซต์

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

ว่ายทวนกระแส.....

เคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่ง
เรื่อง "มาตรฐาน"

มาตรฐานของพระเยซู กับ มาตรฐานของโลก







.. ความชอบธรรมของคริสเตียนจะต้องลึกซึ้งกว่าเพราะแทงทะลุถึงจิตใจ..
ดีไม่ดี ไม่ได้วัดที่พฤติกรรมและการกระทำภายนอกแค่นั้น
เพราะเดี๋ยวการแสร้งว่าดีนั้นมีเยอะ แต่ต้องวัดกันที่จิตใจกันเลยทีเดียว

.. ความรักของคริสเตียนจะต้องกว้างขวางกว่า เพราะรวมถึงศัตรูด้วย..
อย่ารักแค่คนน่ารัก แม้แต่คนที่เราเกลียด เราควรที่จะรักและอภัยแก่เขา
หาทางที่จะปรับความเข้าใจ เคลีย์ในสิ่งที่เป็นปัญหากัน
.. การปฏิบัติศาสนกิจของคริสเตียนต้องไม่ทำเพื่อโอ้อวดตัวเองแบบคนหน้าซื่อใจคด..
การทำอะไรเพื่อโอ้อวดก็ไม่ดีทั้งนั้นแหล่ะ
.. ไม่อธิษฐานแบบนกแก้วนกขุนทอง ต้องทำด้วยใจจริง..
ทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ

ฯลฯ


แต่ในชีวิตจริง เคยได้ยินบ่อยครั้ง กับคำว่า ‘ ก็ทำตามๆเขา ไปเถอะ ’

คือ ส่วนใหญ่เขาทำอย่างไร ก็ทำตามๆ กันไป

ซึ่งถ้าสิ่งนั้นดี ก็ดีไป แต่ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องหล่ะ !

"ความถูกต้อง" จะถูกกลืนไปกับพฤติกรรมของ "คนส่วนใหญ่" ไหม ?
ค่านิยมที่ดีหลายอย่างถูกกลืนหายไป

และหลายอย่างที่ไม่ดีก็ถูกดูดซึมในชีวิตของคนเรา
ผ่านสื่อต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา

จนบางอาจเกิดความคิดว่า ‘ ก็ไม่เห็นว่ามันไม่ดีตรงไหนนี่ ’

แล้วอนาคต " มาตรฐาน" ในสังคมจะเป็นเช่นไร ?

เรา ... จะเป็นคนหนึ่ง
ที่ช่วยกันกำหนด มาตรฐาน
กำหนด สิ่งที่ดี อย่าให้ ความดี นั้นเลือนหายไป
.. ในรุ่นชีวิต...ของ...เรา ได้ไหม ?
(โรม 12:2) อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ไม่ใช่ทุกสิ่ง...

เราทำสิ่งสารพัดได้ไม่มีใครห้าม แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำได้นั้นเป็นประโยชน์ เราทำสิ่งสารพัดได้ไม่มีใครห้าม แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำให้เจริญขึ้น อย่าให้ผู้ใดเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่น...     1 โครินธ์ [10:23-24]

ข้อพระคัมภีร์ข้อนี้ ดังขึ้นมาในใจ
ต่างคน ต่างวาระ... ทำตามใจตัวเองมากขึ้น
ต่างคน ต่างวาระ ... ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้น เพราะความเป็นตัวของตัวเอง
ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่ติดอยู่กับความคิด...

...สิ่งที่ทำก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่
...เป็นสิทธิของเราที่จะทำ อย่ามาห้าม อย่ามาละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนะ
...เราทำถูกแล้ว ไม่ผิดหรอก เขาต่างหากที่ผิด

และอีกหลากหลายความคิด ที่ต่างคน ก็ต่างคิดกันไป

ใช่ .....
เราทำได้ทุกสิ่งไม่มีใครห้าม

แต่ ....
สิ่งที่เราทำนั้น ถูกต้องจริงหรือ หรือเป็นเพียงเพื่อความพอใจส่วนตัว ?
สิ่งที่เราทำนั้น ก่อให้เกิดความเจริญหรือไม่ ?
สิ่งที่เราทำนั้น บ่งบอกถึงความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม หรือ ประโยชน์ส่วนตน ?
แล้วเรา ... กำลังทำอะไร ?  

ขอบคุณน้องนุชเจ้าของบทความนี้ครับ