แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความคิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความคิด แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2555

คิด ?

โลกทัศน์ ความคิด มุมมอง .... คือสิ่งที่บอกความเป็นเรา

คิด คิด แล้วก็คิด ... เรากำลังคิดอะไรอยู่ เป็นไปตามหลักพระคัมภีร์แค่ไหน ?

ฟังดูซีเรียส จริงจัง ... แต่ก็เป็นสิ่งที่เราต้อง 'หยุด' แล้ว 'นิ่ง' คิดกันบ้างอะไรบ้าง....

"พระเยซูจะทำอย่างไรถ้าอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับฉันตอนนี้" คำถามนี้ เป็นคำถามหนึ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มหนึ่ง ..

นั่นซิ ... พระเยซูจะคิดอย่างไร และจะทำอย่างไร ถ้าอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเรา ..


สิ่งนี้คงจะเปิดค้นหาเป็นข้อความในพระคัมภีร์ที่จะบอกเราชัดๆ ตรงๆ ชัวร์ๆ ให้เราทำตาม คงจะหาไม่เจอสำหรับเรื่องบางเรื่อง


แต่พระเยซูได้บอกเป็นวิธี เป็นแบบอย่าง และเป็นคำเตือนสติต่อสาวกของพระองค์ ....


ที่เราสามารถเรียนรู้ และนำมาประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตของเราได้


จากเรื่องเล่าเหตุการณ์ชีวิตของพระเยซูนั้น ไ้ด้มีองค์ประกอบ 4 อย่าง ที่ช่วยให้เราได้ 'คิด' เหมือนกับที่พระองค์ 'คิด' ได้ ดังนี้


1. รากฐาน : เมื่อพระองค์ทรงสั่งสอนเหล่าสาวก พระองค์ได้ทรงวางคำสอนบนหลักการพระคัมภีร์ที่เป็น ' แก่นแท้ '



  • รากฐานความคิด รากฐานการกระทำ เราชัดเจนแค่ไหน ?

  • เราสามารถเป็นคนที่ไม่ประนีประนอมต่อความไม่ถูกต้องเหมือน JC ได้หรือเปล่า

  • เราสามารถจะเป็นคนที่ตัดสินใจอยู่บนความถูกต้องได้แค่ไหน ?

2. ความแน่วแน่ : ความแน่วแน่เป็นสิ่งที่เราต้องรักษาไว้ เหมือนที่พระองค์ทรงรักษาไว้ ... "เพราะว่าเราได้ลงมาจากสวรรค์ มิใช่เพื่อกระทำตามความประสงค์ของเราเอง แต่เพื่อกระทำตามพระประสงค์ของพระองค์ ผู้ทรงใช้เรามา"


  • เราคงมีความมุ่งมั่นที่จะทำบางอย่างเพื่อพระคริสต์ แต่ก็คงมีบางเวลาที่วางสิ่งเหล่านั้นไว้ แล้วหันไปทำบางสิ่งบางอย่างแทน

  • หลายครั้งเราอาจตั้งใจที่กระทำ แต่โดนสิ่งรบกวน เราก็หยุด .... เพราะไม่แน่ใจในสิ่งที่กำลังทำ

  • 'อธิษฐาน อธิษฐาน อธิษฐาน ขอการทรงนำ' นั่นคือสิ่งที่พระเยซูทรงทำ

3. เครื่องกรอง : พระเยซูทรงตัดสินใจแตกต่างจากบรรทัดฐานทั่วไป เพราะพระองค์ทรงกรองข้อมูลผ่านความคิด อารมณ์และตะแกรงฝ่ายวิญญาณที่ต่างกัน


  • ดังเช่น คำเทศนาบนภูเขา ที่พระองค์ทรงท้าทายความคิดของคนโดยการเตือนให้เขารำลึกถึง...

  • สำรวจชีวิต สำรวจความคิดว่า..เครื่องกรองในชีวิตเรานั้นยังทำงานได้ดีแค่ไหน ?

4. ความเชื่อ : ความเชื่อของพระเยซูคือการที่พระองค์ถวายพระเกียรติพระเจ้าและยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานผ่านพระองค์


  • ความเชื่อที่ปราศจากการประพฤติตามก็ไร้ผล

  • และบ่อยครั้งที่ เรานั้นรู้ว่าอะไรถูก แต่ล้มเหลวไม่ได้ทำสิ่งที่รู้นั้น ...

  • ดังนั้น เชื่อ และ ทำตามน้ำพระทัย ...เท่านั้น คือ ความเชื่อแบบพระเยซู


แล้วในมุมมองกลับกัน .. "ฉันจะทำอย่างไรถ้าอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับพระเยซูตอนนั้น" ..

เหตุการณ์ต่างๆ ที่พระองค์ทรงถูกทดลองใจ เหตุการณ์ที่ต้องสั่งสอนสาวกของพระองค์

เหตุการณ์เมื่อถูกพิพากษาประหารชีวิต และอีกหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพระคัมภีร์

ถ้า ... เป็นเรา ... ณ เวลานั้น เราจะก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร ?

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เมื่อผมซื้อ"ปืน"



มีคำถามว่า คริสเตียนสามารถมีอาวุธได้ไหม

หลายทัศนะก็ว่า "คริสเตียนต้องประกอบด้วยความรัก และการให้อภัย การมีปืนเป็นอันตรายและคุกคาม"

แต่สำหรับผมเชื่อในทัศนะที่ว่า "คริสเตียนมีความรัก และให้อภัย แต่ก็สามารถป้องกันตนเองและทรัพย์สินได้ตามความเหมาะสม"

ซึ่งพระเยซูก็ได้ตรัสกับสาวกในพระธรรมลูกาบทที่ 22 ขณะที่พระองค์รับประทานอาหารมื้อสุดท้าย 35พระองค์จึงตรัสถามเหล่าสาวกว่า “เมื่อเราได้ใช้ท่านทั้งหลายออกไปโดยไม่มีถุงเงิน ไม่มีย่าม ไม่มีรองเท้านั้น ท่านขัดสนสิ่งใดบ้างหรือ” เขาทั้งหลายทูลตอบว่า “หามิได้” 36พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “แต่เดี๋ยวนี้ใครมีถุงเงินให้เอาไปด้วย และย่ามก็ให้เอาไปเหมือนกัน และผู้ใดที่ไม่มีดาบก็ให้ขายเสื้อคลุมของตนไปซื้อดาบ 37ด้วยเราบอกท่านทั้งหลายว่า พระวจนะซึ่งเขียนไว้แล้วนั้นต้องสำเร็จในเรา คือที่ว่า ท่านถูกนับเข้ากับคนอธรรม เพราะว่าคำพยากรณ์ที่เล็งถึงเรานั้นจะสำเร็จ” 38เขาทูลตอบว่า “พระองค์เจ้าข้า นี่แน่ะ มีดาบสองเล่ม” พระองค์ตรัสกับเขาว่า “พอแล้ว”

หมายถึงพระองค์ตรัสให้สาวกเตรียมใจรับกับความทุกข์ยาก และการข่มเหงที่จะมาถึง ดาบที่เตรียมไว้ในที่นี้ไม่ได้เอาไว้สำหรับฆ่าหรือข่มเหงผู้อื่น แต่ไว้สำหรับป้องกันตัวในยามจำเป็น พร้อมกับการเตรียมถุงเงินหรือย่าม ที่ไว้สำหรับการเดินทางไปยังที่ต่างๆในฐานะอัครสาวกุ อัครฑูตหลังจากที่พระองค์เสด็จกลับสู่สวรรค์แล้ว ในสมัยโบราณมีโจรผู้ร้ายชุกชุมตามถนนระหว่างเมือง ดังนั้น กลุ่มผู้เดินทางร่วมกัน(กองคาราวาน)จึงจำเป็นต้องมีอาวุธไว้ต่อสู้ป้องกันตัวเองจากโจร

ผมตัดสินใจซื้อ"ปืน" เนื่องจากมีเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นทีบ้านผม ทั้งขโมยขึ้นบ้าน 1ครั้ง(แต่ขอบคุณพระเจ้าที่ผมเห็นและไล่ไปได้ และโจรไม่มีอาวุธ) เหตุการณ์ทะเลาะวิวาท กินเหล้า รถซิ่ง หน้าบ้าน ผมจึงตั้งใจที่จะต้องมี"ปืน"สักกระบอกไว้ปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน ในฐานะผู้อารักขาของพระเจ้า

ในประเทศไทยการครอบครองอาวุธปืนนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากครับ แต่ในทางตรงกันข้ามโจรผู้ร้ายกับหาปืนได้ง่ายดายเหลือเกิน สำหรับคนที่ต้องการซื้อปืนนั้น ต้องขออนุญาตจากราชการ ต้องตรวจสอบประวัติ มีหน้าที่การงานชัดเจน มีรายได้ หลักทรัพย์ มีข้าราชการระดับ6ขึ้นไปรับรองความประพฤติ และที่สำคัญต้องไม่เคยมีคดีอาญาใดๆเลยติดตัว(แม้แค่คดีทะเลาะวิวาทก็ขอไม่ผ่านมาแล้ว) และแม้ว่าจะขออนุญาตได้แล้ว แต่ปืนก็มีราคาแพง และหาซื้อได้ยาก เนื่องจากประเทศไทยมีการจำกัด"โควต้า"นำเข้าปืนครับ ดังนั้นตามทฤษฏีเศรษฐศาสตร์ อุปสงค์มีน้อย อุปทานมีมาก ของก็แพงครับ

ปืนกระบอกหนึ่ง ราคามือหนึ่งหน้าร้านปืน ไม่มีต่ำกว่า 100,000บาทแล้วครับตอนนี้ ส่วนมือสองราคาไล่ตั้งแต่ 50,000บาทขึ้นไปหมด แต่ที่สำคัญคือคุณต้องขออนุญาตซื้อปืนจากทางราชการก่อนครับ(ก็ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติและเอกสารตามข้างต้นที่กล่าวมา)

ผมต้องฝากแม่ของน้องที่ผมรู้จักซึ่งเป็นอดีตตำรวจฝ่ายงานทะเบียนช่วยเดินเรื่องให้ผมในการขออนุญาต และผมก็ได้ปืนมือสองมา 1กระบอกในราคา84,000บาท สภาพ90% (แต่ราคามือหนึ่งหน้าร้านอยู่ที่ 150,000บาท)

เมื่อได้มาแล้วผมก็ตัดสินใจไปลงอบรมหลักสูตรการใช้อาวุธปืน เป็นเวลา 2วันกับทางศูนย์ฝึกยิงปืนตำรวจกองปราบฯ ที่โชคชัย4ครับ เพราะคิดว่า ถ้ามีอาวุธแต่ใช้ไม่เป็นก็ไม่มีค่า แถมถ้าถูกผู้ร้ายแย่งชิงอาวุธไปได้ก็จะกลายเป็นภัยแก่ตัวเราเองด้วยซ้ำ

นี่คือ รีวิวปืนที่ผมซื้อมาครับ http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=75007.0

และผมไปฝึกซ้อมยิงปืนที่นี่ครับ ติดตามผลงานผมได้ http://www.gun.in.th/board/index.php?topic=60230.180