แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อธิษฐาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อธิษฐาน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

If the Lord...

If the Lord has you on hold... 

Hold on !

If the Lord has said "NO" to you... 

thank Him !

If the Lord is molding your heart and mind... 

Go with His change !

If the Lord opens doors that you have asked Him to open... 

Praise Him !


Be blessed wherever you are in your life today ! 

God has His hands on the situation !




วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

นี่คือเวลา .... เวลาแห่งการอธิษฐาน


ในปี 1650 เยเรมีย์ เทเลอร์ ได้เขียนหนังสือชื่อ
“กฏและการกระทำของชีวิตที่บริสุทธิ์ (The Rules and Exercises of Holy Living)”
เขากล่าวเกี่ยวกับการอธิษฐานว่า


“พระคริสต์ทรงมอบฤทธิ์อำนาจของการอธิษฐานไว้ในมือมนุษย์
และคำอธิษฐานของมนุษย์ได้ช่วยให้เมืองและอาณาจักรต่างๆ รอดพ้นจากความพินาศ
คำอธิษฐานได้ชุบคนตายเป็นขึ้นสู่ชีวิต
ได้หยุดความรุนแรงของเพลิงที่เผาผลาญ
ได้ปิดปากของสัตว์ร้าย
ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของธรรมชาติ
ได้ทำให้ฝนตกในอียิปต์ และทำให้น้ำในทะเลแห้งผาก
คำอธิษฐานปกครองเหนือพระทั้งปวง
ได้หยุดดวงอาทิตย์ไม่ให้เคลื่อนไปและทำให้ดวงจันทร์หยุดโคจร
คำอธิษฐานทำให้การทนทุกข์ทรมานและความอ่อนแอของเรา
เป็นมิตรกับความรุนแรงของการทรมานและการข่มเหง
คำอธิษฐานทำให้พระเจ้าทรงพอพระทัย
และจัดหาทุกสิ่งที่เราต้องการและยังขาดอยู่นั้นให้แก่เรา”



วันนี้ ...

ขออย่าหยุดยั้ง และ เหินห่าง …
อย่าให้การอธิษฐาน นั้นไกลห่างจากชีวิตของเรา …
เพราะวันนี้ ...
อาจจะมีช่องว่างเล็กๆ ช่องหนึ่ง ที่คอยให้เราเป็นผู้เริ่ม…
เริ่มที่จะ … อธิษฐาน
เพียง ข้อความสั้นๆ ที่วิงวอนจากหัวใจ …
เพียง ข้อความสั้นๆ ที่เต็มล้นด้วยความเชื่อ …
เพียง แค่เป็นคน คนนั้น ที่มีใจ …. ‘อธิษฐาน’
ก็สามารถอุดช่องว่างเล็กๆ … นั้นได้
เพียงเราเริ่มต้น ... 'อธิษฐาน'
แล้ววันสุดท้ายมาถึง …
เมื่อพระองค์เสด็จกลับมา
จะพบว่า …
ที่ตรงช่องว่าง … ช่องนั้น
ยังคงมีเรา..
เป็นผู้ที่หยัดยืน ...
…. และทำบางสิ่ง
… สิ่งที่เป็นชีวิต ...
… ชีวิตแห่งการอธิษฐาน

… และนี่คือ เวลา …

“เวลาแห่งการอธิษฐาน ”


... และคำวิงวอนของผู้ชอบธรรมนั้น มีพลังมากและเกิดผล" (ยากอบ 5:16)

วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

คำอธิษฐานที่ไม่มีคำตอบ ?

(มาระโก 11:24) เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า ขณะเมื่อท่านจะอธิษฐานพระเจ้าขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ และท่านจะได้รับสิ่งนั้น









เช้าวันหนึ่ง ก่อนออกจากบ้าน มองบนฟ้า ฝนคงยังไม่ตกหรอก คงไปถึงออฟฟิศทันก่อนที่ฝนจะตก

Blue pray : "G ฝนอย่าพึ่งตกนะ ไม่อยากหยิบร่มไป แบกของเยอะแยะมากมายก่ายกองแล้ว (-_-) "

ก็เดินออกมายืนรอรถเมล์ตามปกติ ยืนรอใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงป้ายรถเมล์ รอไป 5 นาที รถก็ยังไม่มา มีคนเดินกางร่มมา



Blue think : "อืม..ฝนตกแล้วหรือนี่!!"

Blue pray : "G ให้ฝนหยุดตกเถอะ เดี๋ยวเปียก notebook เปียกด้วยหล่ะแย่เลย"

หลังจากจบคำอธิษฐานแล้ว .....

ฝนจากที่ตกเบาๆ เริ่มหนักขึ้นๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกดังคำอธิษฐาน

แต่บลูก็ยังคงยืนรอรถเมล์อยู่ที่เดิม...รถยังไม่มา

Blue pray : "G ขอทรงหยุดฝนเถิด ดูซิฝนตกหนักมากขึ้นแล้ว ! "

คนรอบข้างเริ่มหาที่หลบฝน เริ่มหยิบร่มขึ้นมากาง

อีกสัก 3 นาที รถเมล์มา ....

บลูเดินขึ้นรถเมล์ไป ...................




Blue think : "คำอธิษฐานนี้ไม่มีคำตอบหรือ ?"



เสียงหนึ่งก็เข้ามาในใจ : "เปล่าเลย..เราไม่ได้ไม่ตอบคำอธิษฐานของเจ้า เพียงแต่เจ้าจำกัดคำตอบของเราต่างหาก เจ้าขอให้ฝนหยุดตก แต่เรารู้ถึงความต้องการของเจ้าคือไม่ต้องการที่จะเปียกฝน แล้วเจ้าเปียกฝนหรือเปล่าเล่า ขณะที่คนรอบข้างหยิบร่มขึ้นมากาง หาที่หลบฝน แต่เจ้ายังคงยืนรอรถเมล์ใต้ต้นไม้ใหญ่นั้นโดยไม่เปียกฝน เจ้ารอจนรถเมล์มาแล้วเดินขึ้นรถเมล์ไป เจ้าก็ไม่เปียกฝน ...เรายังไม่ตอบคำอธิษฐานของเจ้าอีกหรือ "

อืม (O____________O)!

Blue think : " นั่นซิ เราไม่เปียกฝนเลยนี่หว่า! เรายืนรอรถเมล์ใต้ต้นไม้ ทั้งๆที่ปกติไม่ชอบยืนใต้ต้นไม้ แต่วันนี้เดินมายืนรอตรงนี้เฉยเลย รถเมล์มาจอดทางขึ้นด้านหน้าตรงกับที่เรายืนพอดี ให้เราเดินขึ้นโดยไม่เปียกฝน ทั้งๆที่ตรงนี้ยังไม่ถึงจุดที่จะจอดรถเมล์ตามปกติ "

อืม (O____________O)! เอ่อ..........................


หลายครั้งเราอาจเป็นเหมือนเด็กคนนี้

ที่จำกัดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพระเจ้าจะต้องตอบเราอย่างนั้นอย่างนี้ นะ ...

และเมื่อพอไม่เห็นอะไรเกิดขึ้นตามความคิดตามความเข้าใจของเราเอง ...

ก็เริ่มร้องโวยวาย พร่ำบ่นว่าทำไมพระเจ้าไม่ฟังเราเลย... ทำไม...ทำไม แล้วทำไม

...ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว...

หลายเหตุการณ์ ...

มีคำตอบสำหรับเราแล้ว แต่เราไม่ใส่ใจ

หลายเหตุการณ์ ...

พระเจ้าตรัสอยู่ข้างหูเรา แต่เราไม่ฟัง

หลายเหตุการณ์ ...

เราได้ไปกำหนดว่าคำตอบต้องเป็นอย่างใจเราต้องการ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด

และ หลายเหตุการณ์...

อาจจะหนักหนาเกินกว่าเราจะรับได้ แล้วพระเจ้าได้ดูแลเราให้สิ่งเหล่านั้นเบาบางลง โดยเราไม่รู้ตัว




" แล้ววันนี้ ... คุณฟังเสียงพระเจ้าแล้วหรือยัง ? "

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ความเชื่อ เริ่มต้นด้วยการอธิษฐาน มาร่วมกันในโลกไซเบอร์ผ่าน FaceBookสิครับ



ผมคงจะไม่ได้เล่าเหตุการณ์อะไรเกี่ยวกับการจลาจลของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงระหว่างวันที่ 18-20 พค. 2010 ที่ผ่านมาเนื่องจากมีรายงานข่าวมากมายแล้ว และก็คงจะไม่ลงในเรื่องการเมืองเท่าใดนัก แต่ผมสนใจสิ่งหนึ่งที่พบเมื่อยาม "ยากลำบากด้วยกัน" ของกลุ่มคริสเตียนไทย ในอินเทอร์เน็ต

เคยมีคนพูด แสดงทรรศนะเอาไว้ว่า เหตุที่คริสเตียนในประเทศไทย ไม่ขยาย ไม่เติบโต แต่กลับอ่อนแอ เอาแต่ทะเลาะกัน แตกแยกกัน ก็เพราะว่า "เมืองไทยสบาย" หรือ "คริสเตียนไทยไม่ต้องถูกข่มเหง" ซึ่งในความเห็นของผมก็เห็นด้วยครับ ถ้าคุณเคยได้อ่านวรรณกรรมคริสเตียนเล่มนึงที่เป็นเรื่องของมิชชั่นนารีที่ทำงานประกาศ ตั้งคริสตจักรในประเทศคอมมิวนิสต์ หลังม่านเหล็กในยุค 50-80 จะรู้เลยว่า คริสเตียนเหล่านั้นที่ถูกข่มเหง เข้มแข็ง และรักพระเจ้ามากแค่ไหน

ขอบคุณพระเจ้าที่ช่วงปี2010 เกิดกลุ่มคริสเตียนที่สามารถรวมตัวกันในโลกอินเทอร์เน็ต โดยอาศัยเครื่องมือที่เรียกว่า Social Network ผ่านทางเว็บไซต์ FackBook ซึ่งทำให้การติดต่อสื่อสารผ่านทางโลกไซเบอร์นี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เห็นได้ชัดก็คือช่วงวิกฤติการณ์เผาบ้าน เผาเมืองของกลุ่มเสื้อแดง อันสร้างความตระหนกตกใจไปทั่วประเทศ แต่กลุ่มคริสเตียนที่แม้จะต่างสังกัด ต่างคริสตจักรกลับเข้ามาร่วมแรง ร่วมใจอธิษฐานพร้อมเพรียงกันผ่านทาง FaceBook ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถเข้าไปชมคำอธิษฐานที่บันทึกได้ตาม Link ที่ผมได้ให้ไว้นี้ (แต่ต้องสมัครเป็นสมาชิกของ FaceBook แล้วนะครับ)

http://www.facebook.com/photo.php?pid=1156915&id=1050206052



ช่วงวันแรกกลุ่มที่มาอธิษฐานยังมีไม่เยอะมาก แต่พอเข้าวันที่ 2 ก็มีการบอกต่อๆกัน ส่งต่อๆกันไป จนกลายเป็นกลุ่มอธิษฐานในอินเทอร์เน็ตที่ผมเชื่อว่า ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในกลุ่มคริสเตียนไทย โดยส่วนตัวของผมเองรู้สึกเลยว่า การอธิษฐานรูปแบบนี้ ไม่แตกต่างจากการไปรวมตัวอธิษฐานในที่เดียวกัน ที่ใดที่หนึ่งเลย แต่ละคนมีการเสนอหัวข้ออธิษฐาน และช่วยกันตามข่าว เช่น มีข่าวว่า ธนาคารกรุงเทพสาขาสะพานเหลืองซึ่งอยู่ใกล้ๆกับคริสตจักรสะพานเหลืองถูกวางเพลิง พวกเราก็อธิษฐานเผื่อคริสตจักรฯกัน จนในที่สุดไฟก็ดับและถูกควบคุมไว้ได้

ผมชื่นชมการที่เห็นภาพคริสเตียนต่างคริสตจักร ต่างสังกัดร่วมใจกันผ่านการอธิษฐานอย่างนี้มากเลยครับ แต่จากที่บอกว่า ทำไมจะต้องช่วงที่ "ร่วมทุกข์" ถึงจะเห็นการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่ทำไมเวลาจะ "ร่วมสุข" ถึงมาสุขร่วมกันไม่ได้ครับ.... สิ่งต่อไปที่ผมอยากเห็นคริสเตียนทำร่วมกันก็คือ เห็นการ "นมัสการฟื้นฟูเป็นหนึ่งเดียวกัน"ครับ ซึ่งผมเคยเห็นในช่วงงาน "ฟื้นฟู ฤทธิ์เดช" ในช่วงปี 90 เป็นงานใหญ่ประจำปี (แต่ตอนหลังปิดตัวไปเพราะแตกแยกของคณะผู้นำ และผู้จัด) ที่ผ่านมาผมเห็นแต่ ต่างคนต่างทำ, ทำคนเดียวดังคนเดียว, ทำแล้วดัง ดังแล้วเลิกเพราะหมดแรงทำต่อ, ทำแล้วมีคนหมั่นไส้เพราะดังกว่า ฯลฯ .... อย่ามีอย่างนี้อีกเลยสำหรับงานของพระเจ้าในยุคนี้นะครับ

สงสัยต้องนัดรวมกันอธิษฐานกันอีกในเรื่องนี้เป็นพิเศษ ดีไหมครับ???

ตอนนี้ใน FaceBook มีการรวมตัวคริสเตียนกว่า 1,500คนในกลุ่ม "คริสเตียนไทย" ซึ่งนำโดยอาจารย์ ดร. สุรศักดิ์ ศิษย์ธนานันท์ หรืออาจารย์กื้อ ผู้ช่วยศิษยาภิบาลคริสตจักรใจสมานวิภาวดี เป็นอาจารย์ และรุ่นพี่ของผมที่พระคริสตธรรมเพนเทคอส