วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Your Name High เพลงนี้โดน โว้วววววววววโอ...United ชุดใหม่


เมื่อคุณได้ยินเสียงฝูงชนร้อง "โว้ววววววววววโอ โว้ววววววววโอ" ดังกังวาลหลายรอบโดยไม่ได้นัดหมาย แต่คุณไม่ต้องแปลกใจไป เมื่อคุณอยู่ในสถานนมัสการ เพราะนั่นเป็นสัญญาณที่ส่งให้รู้ว่า เพลงต่อไปนี้คือ "Your Name High" ของ United


คลิปคณะทำงานของ United ก่อนเล่นคอนเสริตครับ น่ารักมาก

ผมได้ยินเพลงนี้แล้วโดนครับ สำหรับอัลบั้มใหม่ 2009 a_CROSS//the_EARTH ซึ่งยอมรับเลยว่า ต้องฟังอยู่หลายรอบมาก กับเพลงทั้ง 12เพลงใหม่ที่ผมต้องดูดมาจาก Youtube แบบสดๆร้อนๆ(ซึ่งต้องขอบคุณพระเจ้าสำหรับพี่น้องคริสเตียนต่างประเทศที่เอามาลงในYoutubeให้พวกเราฟังกันก่อน) วันก่อนผมตื่นเต้นที่เมื่อเข้าเว็บไซต์หลักของ United แล้วเจออัลบั้มใหม่นี้ปล่อยออกมา ผมจึงรีบเข้าไปSearch ในYoutube ทันที ก็พบว่า United เขาตัดเพลงนี้ออกมาเป็น Single 8เดือนแล้ว ว้ากกกกกกก ไรเนี้ยะ แฟนพันธุ๋แท้อย่างผมตกข่าวไปได้ยังไงเนียะ!!!!

เขาทำ Music Vedio Live Concert เราจึงได้เห็นผมทรงใหม่ของท่าน Joel Houston แหล่มมากครับ ดูเหมือนนักร้องนักกีต้าร์แนวBlue อย่าง Eric Clapton อย่างไงอย่างงั้น

เพลงนี้มีเนื้ออย่างนี้ครับ
YOUR NAME HIGH
INTRO: F#m A D A E/G#
Oh... Oh... Oh..... Oh Oh Oh Oh
F#m A

Your innocence for saken
ความบริสุทธิ์ ของพระองค์
F#m
Upon that cross
ถูกตรึงกางเขน
A D
You gave Yourself for us
และวายพระชนม์เพื่อเรา
F#m E
Carried into Your freedom
ทำให้พวกเรามีเสรี
F#m A
Our broken past replaced in
ความผิดพลาดพลั้ง ผ่านพ้นไป
F#m
A second chance
โอกาสอีกครั้ง
A D
The chains have come undone
ผู้หักทำลาย โซ่ตรวน
F#m E D
Death defied in the Father's love
ด้วยความรัก ขององค์พระบิดา

CHORUS:
A E
We are living to make Your Name high, Jesus
พวกเรา อยู่เพื่อพระนามของพระองค์ พระเยซู
F#m E
Living to make Your Name high, Jesus
(เรา)อยู่เพื่อพระนามของพระองค์ พระเยซู
D F#m E
You gave what the world couldn't offer us
ทรง ให้สิ่งที่โลก ไม่เคยให้เรา
D
Say what they want Say what they want
ร้องบอกด้วยกัน ร้องบอกด้วยกัน
F#m A D A E/G#
We are free
เราเป็นไท
VERSE 2:
F#m A
The atmosphere is changing
และยุคสมัย จะเปลี่ยนไป
F#m
Oh can You hear
เธอได้ยินไหม
A D
The people rising up
เสียงผู้คน ลุกขึ้น
F#m E
In the hope of Your freedom
ในความหวัง ของเสรีภาพ
F#m A
Our former ways are breaking
วิถีเดิมๆ ลบล้างไป
F#m
We seek Your face
พวกเรามองหา
A D
God let Your kingdom come
แผ่นดินขององค์พระเจ้า
F#m E D
In our praises be lifted up
เพื่อนมัสการ ใกล้ชิดพระองค์

BRIDGE:
D E
With eyes on high we praise You
ด้วยหมดดวงใจ นมัสการ
F#m E
And with one voice we come together
และด้วยสุดเสียง ของเราทุกๆคน
D E
Our one desire to praise You
มีเพียงสิ่งเดียว ที่ต้องการ
F#m E
And lift You up in our surrender
นมัสการ ด้วยใจยอมจำนน


ผมฟังซ้ำๆหลายรอบขณะนั่งทำงานที่Office จนเรียกว่าแทบจะเกรงใจสต๊าฟที่นั่งทำงานด้วยกัน จึงเอาหูฟังมาเสียบฟังคนเดียวดีกว่าครับ เวลาที่ผมจะเตรียมเพลงสำหรับใช้ในการนมัสการหรือการเล่นคอนเสริตที่ใดที่หนึ่ง ผมจะต้องทราบข้อมูลก่อนว่า มีเวลาให้เราเล่นเท่าไหร่ กลุ่มที่มาร่วมนมัสการเป็นกลุ่มอะไร อายุเท่าไหร่ เพื่อที่จะอธิษฐานขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้ผมเห็นภาพว่าเพลงไหน แนวไหน จะเหมาะสมกับการนมัสการนั้นๆ ตรงกับรสนิยมของผู้ร่วมนมัสการ อันจะส่งผลให้เกิดการตอบสนองที่ดีขึ้นโดยแทบไม่ต้องเร่งเร้าอะไรมากมายเลย(บางคนเตรียมไปไม่ดี กลุ่มที่ประชุมไม่ตอบสนอง เร่งเร้าไปเข็นไม่ขึ้นครับ)
สำหรับเพลงนี้ผมนึกถึงเวลานมัสการใช้เป็นเพลงขึ้นต้นก็ดี หรือจะเป็นเพลงที่ใช้ต่อจากเพลงช้าเพื่อที่จะเริ่มต้นกลุ่มเพลงเร็วอีกครั้งได้ เพราะเสียงร้อง "โว้วววววววววโอ" มันปลุกให้คึกคักดีจริงๆเลยครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมยังเห็นว่า ผู้ฟังเพลงนมัสการในประเทศไทยที่รู้จักเพลงของ Hillsong United มีน้อยมากครับ นี่คือปัญหาจริงๆ เพลงหลายเพลงที่เป็นเพลงดีๆ เพราะ และได้รับการเจิมในการนมัสการทั่วโลก กลับมา "แป๊ก" ที่ประเทศไทย............ ผมยอมรับว่าหลายครั้งพยายามเผยแพร่เพลงที่แปลออกมาแล้วให้ไปท่ามกลางทีมนมัสการต่างๆ แต่กลับไม่แพร่หลาย อาจจะสาเหตุหลายประการคือ
1. การติดต่อสื่อสารไม่ดี แต่ก็ไม่น่าใช่เพราะปัจจุบันสื่อข้อมูลสามารถไปได้รวดเร็วทั้งภาพ เสียง ไฟล์เอกสาร โดยผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต
2. อคติของบางคน ที่ฟังเพลงแปลแล้วบอกว่า ต้นฉบับดีอยู่แล้ว แต่แปลไม่ได้เรื่องไม่อยากร้อง แต่ผมก็หนุนใจว่า ถ้าคิดว่าแปลดีกว่า หรือว่าตรงไหนที่คิดว่าไม่เพราะก็แปลเสริม แปลเพิ่มเข้าไปได้ครับ อย่างน้อย ผมคิดว่าถ้าขออนุญาตคนแปลหรือคอมเม้นท์ไป เขาไม่ว่าหรอกครับ โดยเฉพาะผมจะเป็นพระคุณอย่างมาก อย่าติอย่างเดียวครับ หรือถ้าคิดว่าแปลได้ดีกว่าก็หนุนใจว่าแปลกันเลยครับ แปลออกมาเยอะๆ เพื่อที่คริสเตียนไทยจะมีเพลงนมัสการที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่ร้องเพลงที่เขาแต่งออกมาเป็นสิบกว่าปีแล้ว แล้วก็ชอบไปว่าคริสเตียนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราว่า ทำไมชอบร้องแต่เพลงนมัสการเก่าๆ พวกบทเพลงสรรเสริญพระเจ้า ปกสีแดง(เพลง Hyme) ก็ขนาดรุ่นคุณยังไม่พัฒนาไปไหนเลย คุณนึกถึงเพลงอะไรบ้างครับที่ทุกวันนี้ร้องกันอยู่ เมตตาหลั่งมา, นี่เป็นเวลานมัสการ, ชีวิตเราอยู่ในพระองค์ -_-" จริงไหมครับ
3. ผมรอกลุ่ม Worship Network อยู่ครับว่าเมื่อไหร่จะเกิด หรือว่าเกิดแล้วแต่ยังเดินไม่ได้ หรือว่าเกิดแต่ตายไปแล้ว รอวันบังเกิดใหม่อีกรอบครับ??.....(กลุ่ม Worship Network มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมเพลงนมัสการใหม่ๆให้เป็นหนึ่งเดียว เวอร์ชั่นเดียว จะได้ร้องกันทั่วประเทศเนื้อเดียวกัน โอเคเลยผมสนับสนุนสุดใจขาดดิ้น)
ผมว่าเดี๋ยวประเด็นเพลงนมัสการใหม่ๆแต่คนไทยไม่รับ หรือรับไม่ได้ หรือรับแล้วแต่ทำไม"แป๊ก"เนี้ยะ ผมจะเขึยนถึงคราวหน้าดีกว่าครับ ไปๆมาๆ ตอนแรกว่าจะเขียนถึงเพลงใหม่ของ United แต่กลับมาวนถึงเรื่องนี้ตอนท้ายได้ไงไม่รู้ หะหะ
ขอให้ฟังเพลงนมัสการใหม่ๆอย่างสดชื่น กับอาหารสดใหม่ฝ่ายวิญญาณที่พระเจ้าประทานให้ผ่านทาง Hillsong United นะครับ
ปล. ผมแปลเสร็จแล้วครับ ลองเอาไปร้องกัน ผมกำลังจะอัดอัลบั้มเพลงแปลพวกนี้เร็วๆนี้ครับ

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Hillsong United ปล่อยอัลบั้มใหม่ปี 2009 ออกมาแล้วครับ เย้!





หลังจากการรอคอยมาตั้งแต่ต้นปีของเหล่าบรรดาแฟนๆ Hillsong United ที่มีข่าวว่า Hillsong United จะออกอัลบั้มใหม่ซึ่งมีเพลงใหม่ๆล้วนๆ 

เหตุผลของการรอคอยนั้น เพราะว่าอัลบั้มล่าสุดที่เป็นเพลงใหม่คือ All of Above ที่ออกมาในปี 2007 ส่วนปีที่แล้ว 2008 แม้จะมีอัลบั้มที่ชื่อ "The I Heart Revolution: With Hearts As One (Music DVD)" และตามมาด้วยภาคสองในเดือนมีนาคม 2009ที่ชื่อ "The I Heart Revolution: We're All In This Together" แต่นั่นคืออัลบั้มที่รวมเพลงในการแสดงคอนเสริต Live ตามประเทศต่างๆที่ Hillsong United ได้ไปแสดงซึ่งล้วนเป็นเพลงจากอัลบั้มก่อนๆทั้งสิ้น

ก็เปรียบเสมือนว่าเหล่าแฟนของ United ต้องรอมาเกือบ 2ปีสำหรับเพลงใหม่ ผมพยายามติดตามข่าวสารในอัลบั้มใหม่นี้โดยการเข้าไปในเว็บไซต์ของ United เสมอๆ แต่ก็จะพบคำที่ให้ความหวังมาตลอดว่า Available in May จนในที่สุดวันนี้ผมก็ได้ฟังเพลงใหม่ทั้งหมด 12เพลง ซึ่งจะมาบอกว่าแต่ละเพลงเป็นอย่างไรบ้างครับ แฟนๆตามมาฟังกันเลย

ชื่ออัลบั้มปี2009นี้ตั้งชื่อว่า " a_CROSS//the_EARTH : TEAR DOWN THE WALLS" ที่แปลว่า "กางเขน//โลก : ฉีกทลายกำแพง" แต่สำหรับมุมมองของผมเห็นว่าเขาต้องการเล่นคำ คำว่า "a cross" ถ้าเขียนติดกันจะเป็น "across" ที่แปลว่า "ข้าม" ซึ่งเอามารวมกับคำว่า"โลก" ก็จะแปลว่า "ข้ามโลก(ไป)ฉีกทลายกำแพง" เพราะในระหว่างปี-2ปีที่ผ่านมา United ได้ตระเวณไปทั่วโลกเพื่อเปิดคอนเสริตแล้วฉีกทลายกำแพงวัฒนธรรม+ศาสนาจริงๆครับ 

เพลงแรกชื่อว่า "Freedom is here"



เพลงที่สองชื่อ "No Reason to Hide"



เพลงที่3ชื่อ "More Than Anything"




เพลงที่4ชื่อ "King of all Day"




เพลงที่5ชื่อ Desert Song





เพลงที่6ชื่อ "OH YOU BRING"




เพลงที่7ชื่อ "TEAR DOWN THE WALLS"






เพลงที่8ชื่อ "SOON"





เพลงที่9ชื่อ "You Hold me now"





เพลงที่10ชื่อ "Arms Open Wide"




เพลงที่11ชื่อ "Your Name High"





เพลงที่12ชื่อ "Yours forever"




ลองมาฟังกันดูแล้ว แล้วคราวหน้าผมจะมาวิจารณ์ทีละเพลงครับ

ขอให้ได้รับพระพรกับเพลงนมัสการในอัลบั้มใหม่นี้กันทุกคน

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

หาแฟนยุคนี้ ... หายากจริงๆเร้ยยยยย




เมื่อหัวค่ำก่อนที่ผมจะเข้ามาเชียนblog ผมบังเอิญได้เจอน้องสาวคนนึงที่ไม่ได้คุยกันมานานแล้ว น้องเขาเป็นสาวโสด หน้าตาดี หน้าที่การงานดี อายุประมาณ 28ปี เราคุยกันผ่านทาง Msn มาประมาณสองปีแล้ว ด้วยความบังเอิญเจอกันคราวนี้ ผมก็ทักไปว่า "เป็นอย่างไรบ้าง ไม่ได้คุยกันตั้งนาน" คำแรกที่น้องเขาตอบกลับมาคือ "พี่ค่ะ นู๋โดนแฟนทิ้ง".......แล้วเราก็คุยกันยาว จนสุดท้ายน้องเขาก็เอ่ยปากว่า "พี่ค่ะ พี่ช่วยแนะนำผู้ชายดีๆ ไม่เจ้าชู้ รักเราจริง มีไหมค่ะ" .........โห น้องผู้ชายแบบนี้สมัยนี้มันหายากขนาดต้องให้คนอื่นช่วยหากันเลยเหรอเนี้ยะ ^^" ......แต่เอ ถ้าหาง่ายน้องมันคงไม่มานั่งคร่ำครวญกับเราอย่างนี้หรอกนะ

ว่าแล้วก็เลยกลับมาคิดถึงน้องๆอีกหลายคนที่เรารู้จัก เออแต่ละคนก็ล้วนสาวโสดกันทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องๆที่เป็นคริสเตียน เพราะว่าอย่างน้อยมาตรฐานก็คือต้องได้ผู้ชายที่เป็น"คริสเตียน"เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงช่างโหดร้ายเพราะว่า ประชากรคริสเตียนโดยคร่าวๆสำหรับในประเทศไทย อัตราส่วนผุ้ชายต่อผู้หญิงมันประมาณ1/3 นั่นก็คิดง่ายๆว่า ถ้าชายคริสเตียนคนหนึ่งจะได้จับคู่กับผุ้หญิงคริสเตียนคนหนึ่ง(ซึ่งในความเป็นจริงก็ยาก) ก็จะเหลือหญิงคริสเตียนอีกตั้ง 2คนที่จะต้องอยู่เป็นโสด

ดังนั้นเราจะเห็นกลุ่มสาวๆโสดทั้งอายุน้อย อายุมาก ถึงมากที่สุดอยู่ตามแต่ละโบสถ์จำนวนมาก ไม่ใช่เธอไม่ดีนะครับ แต่ว่า .........สาวคริสเตียนคนอื่นอาจจะดีกว่า หรือสวยกว่า หรือ ฯลฯ กว่า จนทำให้หนุ่มคริสเตียนล้ืวนถูกจับจองไปหมดก่อน........ เอาอย่างตัวผม จริงๆก็ไม่ได้หล่อเหลาอะไรมากมายหรอกครับ ตั้งแต่มาเป็นคริสเตียนตอนอายุ 18 ก็ถือว่าไม่เคยหัวใจว่างเลยครับ ขนาดผมเลือกคบแต่สาวคริสเตียนเท่านั้นนะ และก็ขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่เจ้าชู้ เพราะหลายเหตุการณ์ที่มีอันจะต้องไปพบสาวคริสเตียนคนอื่นๆตามโบสถ์ต่างๆ หรืองานต่างๆของคริสเตียน ผมก็จะรู้สึก "เสียดาย" เพราะยังมีสาวคริสเตียนน่ารัก ดีๆ อีกหลายคนที่น่าทำความรู้จักด้วย ว้า  .........แต่ทำไม่ได้เพราะว่าพระเจ้าทรงส่งแฟนผมมาแต่ละคน "ดุ" และ "หึง"โหดทั้งนั้น

กลับมาที่เรื่องของน้องที่ขอให้ผมแนะนำหนุ่มคริสเตียนให้ ผมก็นึกไปถึงเพื่อนผู้รับใช้ของผมคนหนึ่ง อายุก็เท่ากับผมแล้วคือ 34 แต่ทำไม๊ถึงยังไม่เคยเห็นข่าวคราวเรื่องสาวๆมั่งเลย หรือว่าจะแอบคบไม่ให้ผมรู้ แต่ก็รับรองได้ว่าเป็นคนดีมากครับ หน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่ ก็คิดอยู่ว่า อาจจะแ นะนำน้องคนนี้ให้ไปรู้จักกันแล้วก็จีบกันเอง แต่ติดอยู่ตรงนึงสิครับ........... คือน้องเขายังไม่ได้เป็นคริสเตียน ผมก็หวังว่าอย่างน้อย ก็พาน้องเขาเข้าโบสถ์มาเป็นคริสเตียนได้ก็เอาหละวะ แม้จะจีบกันไม่ติดก็ตาม ซึ่งผมก็มองว่า รักกัน ชอบกันอย่างน้อยก็ดีกว่า เกลียดกัน เพราะผมก็มั่นใจว่าเพื่อนผมคนนี้ ก็มาตรฐานสูงเหมือนกันครับ ถ้าจะคบกัน อย่างน้อยก็ต้องเป็นสาวคริสเตียนก่อนหละ

อีกเรื่องก็คือ เจ้าน้องชายของภรรยาของผม เจ้านี่ถือว่าเป็นหนุ่มคริสเตียนที่เนื้อหอมมาก หน้าตามันก็หล่อเหลาเอาการ ออกไปทางเกาหลี งานที่เจ้านี่ต้องทำอยู่เสมอก็คือการตระเวณไปตามค่ายคริสเตียนต่างๆ ยิ่งช่วงหยุดSummer ตั้งแต่ มีนาคม-พฤษภาคม อันจะเป็นช่วงที่ค่ายคริสเตียนมีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น YFC, นคท., อนุชนภาคฯ, ค่ายคริสตจักร และ ฯลฯ อีกหลายๆค่าย เชื่อไหมว่า เจ้านี่ มันไปทุกค่ายเลยครับ อย่างเดือนที่ผ่านมา เห็นหน้าตามมันอยู่บ้านแค่ ไม่กี่วัน.........เหตุผลของการไปตระเวณค่ายต่างๆอาจจะมีส่วนดีคือ ได้รับพระคำ พระวจนะอย่างเต็มที่ ได้รับการฟื้นฟู และไปจนถึงได้รู้จักเพื่อนๆใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนสาวๆ โอ้โห ประเด็นนี้น่าจะใช่มากที่สุด

ดังนั้นสิ่งที่ผมจะแนะนำในยุคที่ผุ้ชายคริสเตียนฝืดเคืองอย่างมากแก่น้องๆสาวคริสเตียนที่ยังโสด ที่จะนำไปประพฤติปฏิบัติอันจะทำให้เกิดโอกาสได้เจอะเจอคู่พระพรที่ดีๆสักคน แล้วท้ายสุดจะได้ใส่ชุดเจ้าสาวแล้วไปโยนดอกไม้ แทนที่จะไปแต่งานคนอื่นแล้วไปกระโดดแย่งช่อดอกไม้เพื่อให้กำลังใจตัวเองว่า คราวหน้าคงเป็นฉันที่ได้ยืนให้คำปฏิญาณบนซุ้มแต่งงานนั้นกับหนุ่มคริสเตียนหน้ามนแสนดีสักคน

  1. เชื่อว่าตัวเองยังมีโอกาสได้เจอคู่พระพรไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่แล้วก็ตาม และอย่าเพิ่งปักใจว่าเรามีของประทานการเป็นโสด เพราะผมยังเชื่อว่า การมองในแง่บวก และยังไม่หมดหวัง จะเป็นประตูนำไปสู่ประตูความสำเร็จอื่นๆต่อไป (ติดตามข้อต่อๆไป)
  2. ถ้าคุณมีความเชื่อจากข้อแรกแล้ว คุณก็จะยังหมั่นดูแล และเสื้อผ้า หน้า ผมของตัวเองให้ดี เพราะบุคลิกและรูปร่างภายนอก จะดึงดูดให้หนุ่มๆคริสเตียนมาศึกษาภายในของคุณ (จิตใจนะครับไม่ใช่ในร่มผ้า)
  3. เปิดโอกาสให้ตัวเองอยู่เสมอในการออกไปพบปะสถานที่ที่คุณจะสามารถพบกับหนุ่มคริสเตียนได้ เช่น การไปตามค่ายหรืออีเวนท์ของคริสเตียนต่างๆ เน้นที่มีต่างคริสตจักรมาร่วมเยอะๆไม่ใช่บอกว่าก็นู๋ไปค่ายทุกปีนะ แต่ขอโทษเป็นแต่ค่ายของโบสถ์ตัวเอง มันจะไปเจอคนอื่นได้ยังไงครับ ค่ายหรืองานอีเวนท์ สัมมนา ฟื้นฟูของคริสเตียนในปีๆนึง มีเป็นสิบๆงานครับ ออกไปสู่โลกกว้าง เปิดหูเปิดตา เปิดโอกาสให้กับตัวเองมั่งครับ อย่ามัวแต่กลัวว่า "โอ้ยพี่ เดี๋ยวคนอื่นนินทาเอาว่า ไปตามงานเพื่อหาผู้ชาย" ผมจะบอกว่า ใครจะพุดก็ให้พูดไปครับ อย่างน้อย เราก็ไม่ได้ไปหาในสถานเริงรมย์ หรือเธคผับ หรือไปยืนแอบตามเสาไฟฟ้าดักฉุดคร่าหนุ่มสักหน่อย อย่าคิดมากไปเลยครับ.... 
  4. พึ่งพาเพื่อนให้มากๆครับ ยิ่งคุณมีเพื่อนมากเท่าไหร่ โอกาสที่เพื่อน จะแนะนำเพื่อนต่างโบสถ์ ต่างคริสตจักร ให้ยิ่งมีมากกว่าคนที่ไม่มีเพื่อนเลยครับ แล้วบรรดาเพื่อนพวกนี้แหละ ตัวดีที่จะคอยอัพเดทข่าวสารให้เราว่า "นี่เธอพี่คนนี้เพิ่งเลิกกับแฟน โอกาสเป็นของเธอแล้ว เสียบเลย! " อย่างนี้เป็นต้นครับ อย่าลืมว่า หนุ่มคริสเตียนดีๆมีน้อย มักถูกจับจองไปหมด ถ้าหลุดมา ว่างเมื่อไหร่ รีบเสียบเข้าไปทำความรู้จักกันยิ่งไวเท่าไหร่ คุณก็จะมีโอกาสก้าวหน้าออกจากกลุ่มสาวโสดมากเท่านั้นครับ ถ้ามัวแต่เงื้อง่าราคาแพง ทำเป็นเจ้าหญิงรอคอยเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยบนหอคอยคานทอง จะไม่ทันสาวอื่นที่เขาก็มองหาแล้วก็โฉบไปกินตั้งแต่เจ้าชายของคุณยังไม่ได้ขึ้นม้าเลยด้วยซ้ำครับ
  5. อย่าท้อถอยที่จะอธิษฐานขอต่อพระเจ้า ให้พระองค์ส่งคนดีๆ หนุ่มคริสเตียนดีๆเข้ามาในชีวิตนะครับ แต่สำคัญต่อจากนั้นคือ เมื่อคุณอธิษฐานแล้ว ก็จงมองทุกโอกาสที่พระเจ้าจะส่งหนุ่มคนนั้นมาให้นะครับ ไม่ใช่ พระเจ้าส่งมาแล้ว แต่คุณกลับไม่ได้รู้ตัว มัวแต่เป็นยายเพิ้ง ทำแต่งานงกๆ คุณจะตกรถไฟขบวนสุดท้ายที่พระเจ้าส่งมาให้ จะมาโทษพระองค์ไม่ได้นะครับ

ขอพระเจ้าอวยพระพรสาวๆคริสเตียนโสดที่อ่านBlogของผมตอนนี้ให้ได้พบคู่พระพรดีๆเร็วๆนี้นะครับ

สำหรับผู้ชายคริสเตียน ผมไม่เขียนถึงเพราะคุณได้เปรียบมากเรื่องการพบคู่มากกว่าอยู่แล้วครับ ขอแค่คำเดียวเท่านั้นครับ คือ "อย่าเจ้าชู้หลายใจ" ก็พอครับ

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เพลง The time has Come ของ Hillsong United





The Time Has Come เขียนและร้องโดย Joel Houston อยู่ใน Track 2 ของอัลบั้ม United We stand

Released 11 March 2006
Recorded 8 October 2005, Encounterfest, Hillsong Convention Centre

ได้ฟังเพลงนี้ทีแรก ยอมรับว่าเป็นเพลงที่ 2 ที่ได้ฟังของUnitedที่โดนรองจาก One way แต่ตอนนี้ก็กลายมาเป็นเพลงที่ 1ในดวงใจที่มักจะใช้เป็นเพลงเปิดในการเล่นคอนเสริตนมัสการเกือบทุกรอบที่ไปเล่น เพราะช่วงอินโทรที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีเวลาเตรียมตัวอธิษฐาน เปิดโอกาสให้มือกีต้าร์โซโล่หล่อๆคนเดียว ชอบท่อน Pre-Chorusที่พูดท้าทายว่า "และถึงเวลาที่เราจะยืนหยัดในสิ่งที่เราเชื่อ" คุณยืนหยัดหรือยัง? หรือว่า หลบซ่อนๆ หรือโลเลในความเชื่อพระเยซูพระเจ้าของคุณ

มีท่อน Intro ที่ยาวถึง1นาที45วินาที
เนื้อเพลงพูดถึงการถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะต้องยืนหยัดในความเชื่อ มาร่วมนมัสการสรรเสริญพระเจ้า

แปลเป็นไทยโดย บัญชา โชติวรรณพร

The Time has come 
A
Found love beyond all reason
ฉันพบความรักเหนือเหตุผล
A F#m
You gave Your life Your all for me
นั่นคือพระองค์ทรงตายแทนฉัน
D A
And called me Yours forever
และเรียกฉันว่าสหายนิรันดร์
A
Caught in the mercy fallout
เมื่อฉันยึดในพระเมตตา
A
I found hope found life
ฉันพบความหวัง
F#m
Found all I need
ชีวิตทั้งสิ้น
D A
You're all I need
ฉันต้องการพระองค์

Pre-Chorus 
E
The time has come
และถึงเวลา
F#m D
To stand for all we believe in
ที่เราจะยืนหยัดในสิ่งที่เราเชื่อ
E
So I for one am gonna
นี่เป็นเวลา
F#m D
Give my praise to You (Jesus)
ที่จะถวายสรรเสริญพระองค์(พระเยซู)

Chorus 
A
Today, Today it's all or nothing
วันนี้ เดี๋ยวนี้ทั้งสิ้นหรือไม่มี
F#m
All the way
ที่ฉันมี
D
The praise goes out to You
ก็คือสรรเสริญพระองค์
A
Yeah all the praise goes out to You
ทั้งหมดถวายสรรเสริญพระองค์
A
Today, today I live for one thing
วันนี้ เดี๋ยวนี้ ฉันอยู่เพื่อสิ่งหนึ่ง
F#m
To give You praise
คือสรรเสริญ
D
in everything I do
ด้วยทุกๆสิ่งที่ทำ
D A
yeah, all the praise goes out to You
ทั้งหมดถวายสรรเสริญพระองค์


F#m D A (2) F#m Bm

Bridge
F#m Bm
All we are is Yours And all we're living for
เราเป็นของพระองค์ และเราอยู่เพื่อถวาย
D A E
Is all You are Is all that You are Lord
ทั้งหมดพระองค์ ทั้งหมด...คือพระองค์

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ผมแฟนฟุตบอลแมนยู....ดูบอลทุกสัปดาห์...คลั่งไคล้มากบาปป้าวครับ???



    "เอาละเว้ยยเฮ้ยยย วันนี้ผมตั้งใจหาทีมในไทยแลนด์ลีคเชียร์หละครับ...ผมคนไทย...ดูบอลไทย 
    ออกตัวก่อนว่า ผมดูบอลมาตั้งแต่สมัย มอ 1 เป็นแฟนแมนยูฯมายาวนานมากๆ (ปี 1989) แต่บอลไทยไม่ได้เชียร์สโมสรใดสโมสรหนึ่ง (สมัยนั้นเพื่อนๆ เชียร์ทัพฟ้าของพี่ตุ๊กปิยะพงศ์)
    แต่....หลังจากตามกระทู้บอลไทยแลนด์ลีคมาสักพักในห้องพันทิพย์นี้

    ยอมรับเลยว่า แต่ก่อนผมเคยดูบอลไทยอยู่พักนึงเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่ตอนนั้นปลุกไม่ขึ้นครับ ผมเชียร์ทีมธ.กรุงเทพเพราะสนามอยู่แถวบ้านผม แต่พอตกชั้นแล้วยุบสโมสร ...โหทำร้ายจิตใจแฟนบอลมาก

    หลังจากนั้นก็ไม่ติดตามข่าวอีก แต่พอมาเข้าเว็บพันทิพย์นี้ เห็นกระแสของฟุตบอลไทยกลับมาอีกครั้ง ดูแฟนๆเชียร์กันเหนียวแน่น บรรยากาศอย่างนี้ใช้เลย.........

    ตอนนี้ก็เลยเข้าเว็บหาทีมเชียร์ใหม่ครับ... ฤดูกาลนี้ทีมในกรุงเทพฯมีแค่ 4 ทีมเอง คือ การท่าเรือ, จุฬา, บางกอก และบีอีซี เทโรฯ

    บ้านผมอยู่กรุงเทพ ใจจริงอยากไปเชียร์ที่สนามเหย้า ว่าจะเลือกทีมในกรุงเทพ ก็เลยลองไปหาประวัติอ่านในเว็บ ยังไม่โดนใจทั้ง 4ทีม ก็เลยลองดูจังหวัดใกล้ๆกรุงเทพละกัน คือ ปทุมฯและนนทบุรี

    ก็เลยตัดสินใจเลือกเชียร์ ทีมเมืองทองยูไนเต็ดครับ สนามเหย้าอยู่เมืองทองธานี ไม่ไกลเท่าไหร่ สาเหตุอาจจะเพราะ
    1. สีประจำสโมสรคือสีแดง แบบแมนยูที่ผมรัก
    2. เห็นหน้านาย บอบู๋ ฮาร์ดคอร์ของRed Army ที่นี่

    แล้วเพื่อนๆที่นี่ เชียร์ทีมอะไรอยู่ครับ ขอเหตุผลด้วย
    มาเล่าให้ฟังครับ..... หุหุ

"
นี่คือข้อความที่ผมเขียนลงในเว็บพันทิพย์ กลุ่มศุภชลาศัย ผมนอกจากมีชีวิตทั่วไปในงานรับใช้ของคริสเตียน แต่อีกมุมของชีวิตผมก็ชอบดูกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล อาจจะเป็นเพราะสมัยมัธยมผมชอบเตะฟุตบอลพลาสติก แล้วเพื่อนๆผมก็ล้วนมีทีมฟุตบอลที่ตัวเองเป็นแฟนคอยตามเชียร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวผมก็อยากมีมั่ง ก็เลยลองหาทีมที่ชอบดู ตอนนั้นเป็นยุคยิ่งใหญ่ของทีมฟุตบอลลิเวอร์พูล หรือที่เรียกว่าทีมหงส์แดง ซึ่งเพื่อนๆของผมตามเชียร์อยู่เยอะ แต่ผมเป็นยังไงไม่รู้ ตอนนั้นมีโอกาสได้ดูฟุตบอลอังกฤษผ่านทางทีวีสีช่อง 7 มีทีมนึงแข่งด้วยหัวใจนักสู้ ตอนแรกโดนยิงนำไปก่อน แต่สุดท้ายก็มายิงตีเสมอ แล้วก็ยิงชนะช่วงใกล้หมดเวลา ซึ่งทีมนี้ก็เลยได้หัวใจผมไปตั้งแต่ตอนนั้น นั่นคือทีม "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" หรือสัญลักษณ์คือ "ปีศาจแดง"

มีคนถามว่า คริสเตียน เชียร์ทีม "ปีศาจแดง"ได้หรือ ผมมองว่าอันนั้นเป็นตัวการ์ตูน ไม่ได้สื่อเรื่องฝ่ายวิญญาณครับ ก็เหมือนกับการไหว้คน ที่จริงหลักของการไหว้แบบไทยคือ เราไหว้พระที่อยู่ในตัวของอีกฝ่ายนึง แต่ปัจจุบันไม่มีใครคิดเรื่องนี้แล้ว การไหว้ก็คือการทักทายกันธรรมดาของคนไทย ถ้าเราไปคิดเรื่องที่มาของการไหว้ คริสเตียนไทยก็ไหว้กันไม่ได้เหมือนกันเหรอครับ???

กลับมาที่คำถามว่า การติดตามเชียร์ฟุตบอล มันเป็น"รูปเคารพ"อย่างหนึ่งหรือเปล่า?

ผมจะตอบว่า ตราบใดที่เราให้พระเจ้าเป็นที่ 1 ในหัวใจ สิ่งอื่นเป็นรองไป ก็ไม่เป็นรูปเคารพหรอกครับ
พิสูจน์ได้โดย ถ้ามีฟุตบอลเตะตอนเช้าวันอาทิตย์ เราจะไปโบสถ์หรือว่าจะอยู่ดูบอลที่บ้าน.... ถ้าเราเลือกไปโบสถ์ ก็ตอบได้แล้วครับว่าอะไรคือที่ 1ในใจเรา

ผมมองว่า คริสเตียนเราสามารถมีสิ่งที่รัก ชอบได้ครับ พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้เราแยกตัวออกจากสังคม เป็นเหมือนฤาษี อาศรม แล้ววันๆอยู่กับการนั่งอธิษฐานอย่างเดียวทั้งชีวิต แต่พระองค์ให้เราใช้ชีวิตมนุษย์ธรรมดาที่เป็นสาวกของพระองค์อยู่ท่ามกลางคนบาป เพื่อเป็นเกลือเป็นแสงสว่างให้แก่เขา คริสเตียนยังตีกอล์ฟ ยังฟังเพลง ยังดูหนังได้ ตราบใดที่เรายังระมัดระวังไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเป็นรูปเคารพหรือสำคัญมากกว่าพระเจ้า.... (แต่ดูหนังฟังเพลงก็ต้องเลือกนะครับ อย่างหนังผี หนังโป๊ หรือเพลงDead metal บูชาซาตานก็เว้นไว้ไกลๆครับ)

แล้วคุณหละ รักหรือชอบทำอะไรบ้างครับ