วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

Letter to You....


ณ วันนั้น ฉันนั่งลงเขียนจดหมาย

ฉันเขียนบอกกับเธอไปว่า

“…จะให้เราทำจริงหรอ ทำไม่ได้หรอก เราก็เป็นเพียงแค่น๊อตตัวเล็กๆ ตัวนึง
สิ่งที่ให้ทำมันเกินความสามารถเกินไปนะ เอาอะไรที่ง่ายๆ กว่านี้มีไหม ส่วนสิ่งนี้ให้คนอื่นทำเถอะ …”

มันเป็นความในใจที่ฉันเขียนบอกเธอไปอย่างนั้น แล้วเวลาก็ผ่านไป…


วันนี้ ก็มีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมาถึงฉัน … … จดหมายจากเธอ นั่นเอง


Dear Blue


.... เราได้รับจดหมายจากเธอแล้วนะ

ที่เธอคิดว่าเธอเป็นเพียงน๊อตตัวนึงที่คงทำบางสิ่งบางอย่างที่เราให้ทำไม่ได้หรอก

เธอคิดถูกแล้วที่เธอเป็นน๊อตตัวนึง แต่ไม่ถูกที่คิดว่าเธอทำไม่ได้

อยากให้จำไว้นะบลู เธอต้องเรียนรู้ที่จะเข้าสนิทอยู่ในการทรงสถิตของเราโดยไม่มองดูที่ตัวเอง
เธอจะไม่สามารถฟังเสียงเราหรือพูดกับเราได้หากเธอยังมัวแต่มองดูที่ตัวเองอยู่

เพราะจะทำให้ทุกเวลาเธอรู้สึกและเหนื่อยล้ากับสิ่งที่เราเรียกให้เธอทำ

แต่ไม่ใช่เพราะความพร้อมหรือความมั่นใจว่าตัวเธอทำได้หรอกนะที่จะทำให้เราใช้เธอ

อย่ามองดูที่ความไม่พร้อมของตัวเองซิ แต่จงมองดูความเพียบพร้อมบริบูรณ์ของเรา

และหยุดต่อว่าตัวเองว่าไม่ดีพอ แต่จงมองดูความชอบธรรมของเรา
เมื่อเราใช้เธอ นั่นไม่ใช่เพราะตัวเธอ แต่เพราะเราเอง

.... เธอคงรู้สึกว่าเราไม่พอใจในหลายๆ ครั้งเมื่อเธอเริ่มมองดูที่ตัวเอง

นี่คงเป็นความไม่พอใจเดียวกับที่เรามีต่อโมเสส เมื่อเขาเริ่มบ่นถึงความไม่พรักพร้อมของตัวเอง

สิ่งเหล่านี้แสดงว่า เธอมองดูตัวเองมากกว่ามองดูเรา

เป็นเรื่องใหญ่เลยนะ บางครั้งเราไม่สามารถใช้บางคนเพื่อทำบางสิ่งได้ในบางเวลา

ก็เพราะเขาไม่เห็นคุณค่าตัวเองว่าเราใช้เขาได้ ซึ่งบางทีอาจมองเป็นความถ่อมใจ

แต่เป็นความถ่อมใจอย่างผิดๆ

ซึ่งความถ่อมใจที่ผิดนี้ เป็นรูปแบบหนึ่งของความเย่อหยิ่งซึ่งทำให้มนุษย์ล้มลงในความบาป

ลองมองดู อาดัมและเอวาซิ พวกเขาเริ่มรู้สึกถึงความไม่ครบถ้วนของตัวเอง

และต้องการเป็นมากกว่าที่เราได้สร้างเขามา เขาเลยล้มลง




.... ดังนั้น

มั่นใจนะ อย่าคิดว่าทำไม่ได้

หากเราใช้ วางใจในเราซิ

ให้เราสร้างเธอในแบบที่เธอควรจะเป็น

จำไว้นะ ว่าเมื่อเราใช้เธอ

นั่นไม่ใช่เพราะตัวเธอพร้อม

แต่เพราะเรามั่นใจว่าเธอทำได้ .....

ลองมองดู ...

สิ่งเล็กๆ ที่พระเจ้าใส่ไว้ในชีวิตเรานั้นคืออะไร ?

ใช้มันออกไป ...

แม้มันอาจจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าใครเขา

แต่มันคือสิ่งที่พระเจ้าได้สร้างเรา ในแบบ ที่เราเป็น

~^_____________^~


ปล. เนื้อหาเค้าโครงดัดแปลง จากหนังสือเล่มหนึ่งที่อ่านมา แต่จำไม่ได้ว่าเล่มไหนในบ้าน ค้นเจอแล้วจะเข้ามาแจ้งที่มานะคะ
ภาพประกอบ จากค้นหาจากเว็บไซต์

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

ว่ายทวนกระแส.....

เคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่ง
เรื่อง "มาตรฐาน"

มาตรฐานของพระเยซู กับ มาตรฐานของโลก







.. ความชอบธรรมของคริสเตียนจะต้องลึกซึ้งกว่าเพราะแทงทะลุถึงจิตใจ..
ดีไม่ดี ไม่ได้วัดที่พฤติกรรมและการกระทำภายนอกแค่นั้น
เพราะเดี๋ยวการแสร้งว่าดีนั้นมีเยอะ แต่ต้องวัดกันที่จิตใจกันเลยทีเดียว

.. ความรักของคริสเตียนจะต้องกว้างขวางกว่า เพราะรวมถึงศัตรูด้วย..
อย่ารักแค่คนน่ารัก แม้แต่คนที่เราเกลียด เราควรที่จะรักและอภัยแก่เขา
หาทางที่จะปรับความเข้าใจ เคลีย์ในสิ่งที่เป็นปัญหากัน
.. การปฏิบัติศาสนกิจของคริสเตียนต้องไม่ทำเพื่อโอ้อวดตัวเองแบบคนหน้าซื่อใจคด..
การทำอะไรเพื่อโอ้อวดก็ไม่ดีทั้งนั้นแหล่ะ
.. ไม่อธิษฐานแบบนกแก้วนกขุนทอง ต้องทำด้วยใจจริง..
ทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ

ฯลฯ


แต่ในชีวิตจริง เคยได้ยินบ่อยครั้ง กับคำว่า ‘ ก็ทำตามๆเขา ไปเถอะ ’

คือ ส่วนใหญ่เขาทำอย่างไร ก็ทำตามๆ กันไป

ซึ่งถ้าสิ่งนั้นดี ก็ดีไป แต่ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องหล่ะ !

"ความถูกต้อง" จะถูกกลืนไปกับพฤติกรรมของ "คนส่วนใหญ่" ไหม ?
ค่านิยมที่ดีหลายอย่างถูกกลืนหายไป

และหลายอย่างที่ไม่ดีก็ถูกดูดซึมในชีวิตของคนเรา
ผ่านสื่อต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา

จนบางอาจเกิดความคิดว่า ‘ ก็ไม่เห็นว่ามันไม่ดีตรงไหนนี่ ’

แล้วอนาคต " มาตรฐาน" ในสังคมจะเป็นเช่นไร ?

เรา ... จะเป็นคนหนึ่ง
ที่ช่วยกันกำหนด มาตรฐาน
กำหนด สิ่งที่ดี อย่าให้ ความดี นั้นเลือนหายไป
.. ในรุ่นชีวิต...ของ...เรา ได้ไหม ?
(โรม 12:2) อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม

วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

คำอธิษฐานที่ไม่มีคำตอบ ?

(มาระโก 11:24) เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า ขณะเมื่อท่านจะอธิษฐานพระเจ้าขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ และท่านจะได้รับสิ่งนั้น









เช้าวันหนึ่ง ก่อนออกจากบ้าน มองบนฟ้า ฝนคงยังไม่ตกหรอก คงไปถึงออฟฟิศทันก่อนที่ฝนจะตก

Blue pray : "G ฝนอย่าพึ่งตกนะ ไม่อยากหยิบร่มไป แบกของเยอะแยะมากมายก่ายกองแล้ว (-_-) "

ก็เดินออกมายืนรอรถเมล์ตามปกติ ยืนรอใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงป้ายรถเมล์ รอไป 5 นาที รถก็ยังไม่มา มีคนเดินกางร่มมา



Blue think : "อืม..ฝนตกแล้วหรือนี่!!"

Blue pray : "G ให้ฝนหยุดตกเถอะ เดี๋ยวเปียก notebook เปียกด้วยหล่ะแย่เลย"

หลังจากจบคำอธิษฐานแล้ว .....

ฝนจากที่ตกเบาๆ เริ่มหนักขึ้นๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกดังคำอธิษฐาน

แต่บลูก็ยังคงยืนรอรถเมล์อยู่ที่เดิม...รถยังไม่มา

Blue pray : "G ขอทรงหยุดฝนเถิด ดูซิฝนตกหนักมากขึ้นแล้ว ! "

คนรอบข้างเริ่มหาที่หลบฝน เริ่มหยิบร่มขึ้นมากาง

อีกสัก 3 นาที รถเมล์มา ....

บลูเดินขึ้นรถเมล์ไป ...................




Blue think : "คำอธิษฐานนี้ไม่มีคำตอบหรือ ?"



เสียงหนึ่งก็เข้ามาในใจ : "เปล่าเลย..เราไม่ได้ไม่ตอบคำอธิษฐานของเจ้า เพียงแต่เจ้าจำกัดคำตอบของเราต่างหาก เจ้าขอให้ฝนหยุดตก แต่เรารู้ถึงความต้องการของเจ้าคือไม่ต้องการที่จะเปียกฝน แล้วเจ้าเปียกฝนหรือเปล่าเล่า ขณะที่คนรอบข้างหยิบร่มขึ้นมากาง หาที่หลบฝน แต่เจ้ายังคงยืนรอรถเมล์ใต้ต้นไม้ใหญ่นั้นโดยไม่เปียกฝน เจ้ารอจนรถเมล์มาแล้วเดินขึ้นรถเมล์ไป เจ้าก็ไม่เปียกฝน ...เรายังไม่ตอบคำอธิษฐานของเจ้าอีกหรือ "

อืม (O____________O)!

Blue think : " นั่นซิ เราไม่เปียกฝนเลยนี่หว่า! เรายืนรอรถเมล์ใต้ต้นไม้ ทั้งๆที่ปกติไม่ชอบยืนใต้ต้นไม้ แต่วันนี้เดินมายืนรอตรงนี้เฉยเลย รถเมล์มาจอดทางขึ้นด้านหน้าตรงกับที่เรายืนพอดี ให้เราเดินขึ้นโดยไม่เปียกฝน ทั้งๆที่ตรงนี้ยังไม่ถึงจุดที่จะจอดรถเมล์ตามปกติ "

อืม (O____________O)! เอ่อ..........................


หลายครั้งเราอาจเป็นเหมือนเด็กคนนี้

ที่จำกัดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพระเจ้าจะต้องตอบเราอย่างนั้นอย่างนี้ นะ ...

และเมื่อพอไม่เห็นอะไรเกิดขึ้นตามความคิดตามความเข้าใจของเราเอง ...

ก็เริ่มร้องโวยวาย พร่ำบ่นว่าทำไมพระเจ้าไม่ฟังเราเลย... ทำไม...ทำไม แล้วทำไม

...ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว...

หลายเหตุการณ์ ...

มีคำตอบสำหรับเราแล้ว แต่เราไม่ใส่ใจ

หลายเหตุการณ์ ...

พระเจ้าตรัสอยู่ข้างหูเรา แต่เราไม่ฟัง

หลายเหตุการณ์ ...

เราได้ไปกำหนดว่าคำตอบต้องเป็นอย่างใจเราต้องการ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด

และ หลายเหตุการณ์...

อาจจะหนักหนาเกินกว่าเราจะรับได้ แล้วพระเจ้าได้ดูแลเราให้สิ่งเหล่านั้นเบาบางลง โดยเราไม่รู้ตัว




" แล้ววันนี้ ... คุณฟังเสียงพระเจ้าแล้วหรือยัง ? "

วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553

"Iphone" "Ipad" สามารถอ่าน "พระคัมภีร์" ภาษาไทยได้แล้วฟรีๆ ผ่าน App "PocketSword"


(ผมมีรีวิว App อ่านพระคัมภีร์ตัวใหม่ล่าสุดที่ชื่อ Bible YouVersion สามารถตามไปดู ตามLinkนี้ครับ http://www.gueeng.com/2012/07/app-bible-youversion.html )อ.บัญชา 23 กค.2012

สำหรับตัวของผมเอง เพิ่งจะตัดสินใจเข้ามาเป็นผู้ใช้โทรศัพท์ Smart Phone ที่ชื่อว่า "IPhone" รุ่น 3Gs ของ Apple เมื่อต้นปี2010นี้เอง โดยที่ผ่านมาผมก็เคยมีประสบการณ์ใช้อุปกรณ์ประเภทนี้ที่เรียกว่า PDA มา 2-3เครื่อง โดยโปรแกรมยอดนิยมที่จะต้องมีติดในเครื่องก็คือ "โปรแกรมพระคัมภีร์" ไว้อ่าน "พระคัมภีร์"แบบDigital ติดตัวไปทุกที่ตลอดเวลา ซึ่งต้องขอบคุณพระเจ้าครับที่สมัยนี้ บางท่านอาจจะไม่สะดวกที่จะพกพาหนังสือพระคัมภีร์เป็นเล่มๆ เพียงแค่มีเจ้าอุปกรณ์ที่ปัจจุบันพัฒนามาเป็น Smart Phone ก็สามารถอ่าน "พระคัมภีร์" ได้ทุกที่ทุกเวลา แถมมีตัวโปรแกรมเสริมที่ช่วยท่านให้อ่านพระคัมภีร์รายวัน รายสัปดาห์ หรืออ่านให้จบทั้งเล่มภายใน30-90วัน ได้ + กับบรรดา Commentary ที่จะช่วยท่านให้เข้าใจพระคัมภีร์อย่างลึกมากขึ้นด้วย เสร็จสรรพในโปรแกรมเดียว ว้าววววววววววววววว

เดิมเริ่มแรก การหา App สำหรับอ่านพระคัมภีร์ภาษาไทยใน IPhone นั้นผมหาไม่เจอเลยครับ มีที่ดีทีสุดก็คือจากการแนะนำของเว็บไซต์ www.christianthai.net ของพี่ชินกรที่ผมรู้จักกันตั้งแต่สมัยคริสเตียนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีการรวมตัวกันในสมัยเริ่มแรกสิบกว่าปีก่อน โดยทางพี่ชินกรแนะนำสำหรับ "IPhone" จะต้องไปใช้โปรแกรม App ที่ชื่อว่า iSilo ราคาดาวน์โหลด 9.99$ หรือกว่า300บาท -_-" เหงื่อตกครับ แต่ผมก็ยอมจ่ายเงินโหลดมา ซึ่งก็อ่านได้ดีครับ เพียงแต่ข้อจำกัดก็คือการ Copy วาง หรือจะค้นหาทำได้ลำบาก แถมไม่มี Commentary หรือ"พระคัมภีร์"เวอร์ชั่นอื่นๆให้อ่านครับ แต่ได้แค่นี้ก็ขอบคุณพระเจ้าแล้วครับ ผมค้นหามานานก็ไม่พบ App สำหรับอ่าน "พระคัมภีร์" ภาษาไทยดีไปกว่านี้เลย

มาวันนี้ 16 ตค.2010 โดยการทรงนำของพระเจ้า ผมเปิด "พระคัมภีร์" จากโปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ชื่อว่า The Sword Project หรือคุ้นเคยกันในชื่อว่า Cross wire Thai แล้วก็คลิ๊กในส่วนของ "วิธีใช้" เพื่อเข้า Link ไปยังเว็บไซต์หลักของผู้ผลิตโปรแกรมนี้ (ที่ท่านทำให้ฟรีๆแก่คริสเตียนทั่วโลกจะได้มี "พระคัมภีร์" อ่านผ่านเครื่องมืออุปกรณ์ Digital ทั้งหลาย ขอบคุณพระเจ้า) ก็เจอว่ามี App อ่านพระคัมภีร์สำหรับ "IPhone"ที่ชื่อว่า "PocketSword" ด้วย ว้าวววววววววววววว แต่ก็อธิษฐานในใจว่า ขอให้มีฐานข้อมูลพระคัมภีร์ภาษาไทยทีเถอะ

ผมก็จัดการเปิด "IPhone" ของผม เข้าไปในส่วน App Store ครับ แล้วก็กด Search คำว่า "PocketSword" และมีคำว่า Free ต่อท้าย วะๆๆๆๆว้าวววววววว


พอกดเข้าไปก็จะเจอคำอธิบาย App แต่ผมไม่สนใจแล้ว กด "ติดตั้ง"ด้านขวามือเลยครับ



พอ Down Load เสร็จก็จะได้ App ที่ชื่อว่า PocketSword ตามรูป


กด App เข้าไปจะเป็นพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษ หน้าตาอย่างนี้ครับ


ด้านบนตรงกลางจะเป็นชื่อพระคัมภีร์ Gen 1:1 และมุมขวาจะมีคำว่า KJV หมายถึงพระคัมภีร์เวอร์ชั่น King James Version


คราวนี้ลองมาหาว่าจะมีเวอร์ชั่นภาษาไทยไหม ลุ้นๆ ผมก็กดที่ด้านมุมขวาบนตรงคำว่า KJV เพื่อจะหาเวอร์ชั่นอื่น ก็จะเข้ามาเจอหน้านี้ ให้กดปุ่มเครื่องหมาย + ด้านขวา


ก็จะเข้ามาหน้านี้ ซึ่งจะมีแหล่ง "Sources" ให้ Down load ข้อมูลต่างๆตั้งแต่พระคัมภีร์เวอร์ชั่นต่างๆ และบรรดา Commentary อธิบายพระคัมภีร์ ฯลฯ ตามแต่สะดวกของท่านครับ


ส่วนตอนนี้ผมขอมองหาพระคัมภีร์ภาษาไทยก่อนครับ โดยการเริ่มต้นเข้าไปที่ CrossWire1 ครับ
พอเข้ามาแล้วให้กด ด้านมุมขวาบนเพื่อ Refresh ครับ เสร็จแล้วมันจะเด้งออกไปข้างนอก ก็ให้กดเข้ามาที่ CrossWire1 อีกครั้ง ก็จะพบหน้านี้ครับ


ให้กดเข้า Biblical Texts ครับ แล้วเลื่อนมาข้างล่างสุด อะฮ้า เจอแล้วครับ "ไทย" 


ให้กดเข้าไปจะเจอหน้านี้ครับ เป็นพระคัมภีร์ ThaiKJV (Thai King James Version) คลิ๊กอีก 1ที


ข้างในจะอธิบายว่าเป็นพระคัมภีร์อะไร แต่ที่สำคัญคือด้านขวาบน จะมีคำว่า "Install" กดเลยครับ


จะขึ้นหน้าต่างมา ให้กด "Yes" ครับ มันก็จะโหลดพระคัมภีร์เวอร์ชั่นภาษาไทยมาให้



เสร็จแล้วก็ลงมากดด้านล่างซ้ายสุด ที่ Icon คำว่า "Bible"


ก็จะมาที่หน้าอ่านพระคัมภีร์ ให้ขึ้นไปด้านขวาบนที่คำว่า "KJV" แล้วกดเพื่อเลือกพระคัมภีร์ เราก็จะเจอพระคัมภีร์ภาษาไทย ThaiKJV ครับ ให้กดเลือกเลย



เย้ ได้พระคัมภีร์ภาษาไทยมาอ่านแล้วครับ ซึ่งสามารถเลือกพระคัมภีร์เล่มต่างๆได้ โดยการกดปุ่ม Icon ตรงกลาง





แล้วก็มีเมนูสำหรับการค้นหาพระคัมภีร์ได้โดยใช้คำต่างๆเช่น "พระเยซู" ก็จะทำการค้นว่าพระคัมภีร์เล่มใด บทใด ข้อใดที่มีคำว่าพระเยซูบ้าง ใช้งานได้ดีเยี่ยมมากๆเลยครับ รวมไปถึงการอ่าน Commentary ต่างๆ ซึ่งแม้จะมีแต่ภาษาอังกฤษ แต่แหล่งข้อมุลมีเยอะมากมายเลยครับ เหมาะกับการค้นคว้าพระคัมภีร์ส่วนตัวอย่างมากครับ

อย่างไรเสีย เรามีพระคัมภีร์ติดตัวกับ Iphone แล้ว น่าจะหมดข้ออ้างในการ"ไม่อ่านพระคัมภีร์"นะครับ

ส่วนตัวของผมกำลังเข้าสู่โปรแกรมอ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายใน 90วันอยู่ครับ จะทดสอบดูว่าได้ผลไหม เพื่อจะได้เอาไปให้บรรดาลูกแกะเข้าโปรแกรมเดียวกันครับ

ขอพระเจ้าอวยพระพรผู้ใช้ "IPhone" ทุกท่านครับ

วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

คุณเชื่อว่าพระเจ้าทรงทันสมัยหรือเปล่าครับ



คิดใหม่ทำใหม่ได้ครับ สำหรับทุกงานรับใช้พระเจ้า ทุกงานพันธกิจ ถ้าคุณเชื่อว่าพระเจ้าให้พระพรใหม่สดเสมอ และพระเจ้าทันสมัยอยู่เสมอ งานของพระองค์ก็เช่นเดียวกันครับ ผมอยากให้อ่านเรื่องเล่าที่เขียนจากประวัติของคนที่มีชื่อเสียงคนนึง


โจทย์ข้อหนึ่งในข้อสอบวิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนมีดังนึ้ 
"จงอธิบายว่าท่านจะใช้บารอมิเตอร์วัดความสูงของตึกระฟ้าได้อย่างไร" 

รู้จักกันนะครับ ว่าบาร์รอมิเตอร์นี่ก็คือเครื่องมือวัดความกดอากาศนั่นเอง 
(อธิบายเพิ่มเติมก็คงต้องบอกว่า อากาศนั้นมันมีน้ำหนักหรือมีแรงกดนั่น 
และแรงกดของอากาศนั้นเมื่ออยู่ในระดับความสูงที่เปลี่ยนไป 
ความกดอากาศก็เปลี่ยนไปด้วย) 
นักศึกษาคนหนึ่งเขียนคำตอบลงไปว่า 

"เอาเชือกยาวๆ ผูกกับบารอมิเตอร์แล้วหย่อนลงมาจากยอดตึก แล้วก็เอาความยาวเชือก 
บวกความสูงบารอมิเตอร์ก็จะได้ความสูงของตึก" 

ฟังดูเป็นอย่างไรครับคำตอบนี้ ผมฟังครั้งแรกผมยังอมยิ้มเลยครั 
แต่อาจารย์ที่ตรวจข้อสอบไม่นึกขันอย่างผมด้วย 
อาจารย์ตัดสินให้นักศึกษาคนนั้นสอบตก 
นักศึกษาผู้นั้นยืนยันต่ออาจารย์ที่ปรึกษาว่า 
คำตอบของเขาควรจะถูกต้องอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง 
และคำตอบของเขาก็สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ 
ทางมหาวิทยาลัยจึงตั้งกรรมการชุดหนึ่งมาตัดสินเรื่องนี้ 
และในที่สุดคณะกรรมการก็มีความเห็นตรงกันว่า 
คำตอบนั้นถูกต้องอย่างแน่นอน 
แต่เป็นคำตอบที่ไม่แสดงถึงความรู้ความสามารถทางฟิสิกส์ ดังนั้น 
เพื่อเป็นการแก้ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น 
ทางคณะกรรมการจึงให้เรียกนักศึกษาคนนั้นมา 
แล้วให้สอบข้อสอบข้อนั้นอีกครั้งหนึ่งต่อหน้า โดยให้เวลาเพียง 6 นาที 
เท่ากับเวลาในการสอบข้อสอบเดิม 
เพื่อหาคำตอบที่แสดงให้เห็นถึงความรู้ทางด้านฟิสิกส์ 

หลังจากผ่านไป 3 นาที นักศึกษาคนนั้นก็ยังนั่งนิ่งอยู 
กรรมการจึงเตือนว่า เวลาผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้วจะไม่ตอบหรืออย่างไร 
นักศึกษาหัวรั้นจึงตอบว่า เขามีคำตอบมากมายที่เกี่ยวกับฟิสิกส์ 
แต่ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้คำตอบไหนดี 
และเมื่อได้รับคำเตือนอีกครั้ง 
นักศึกษาจึงเขียนคำตอบลงไปดังนี 

ให้เอาบารอมิเตอร์ขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกและทิ้งลงมา จับเวลาจนถึงพื้น, ความสูงของ 
ตึกหาได้จากสูตร H=0.5g*t กำลัง 2 

หรือถ้าแดดแรงพอ 
ให้วัดความสูงบารอมิเตอร์แล้วก็วางบารอมิเตอร์ให้ตั้งฉากพื้น แล้ววัดความยาวของ 
เงาบารอมอเตอร์ 
จากนั้นก็วัดความยาวของเงาตึก แล้วคิดด้วยตรีโกณมิติก็จะได้ความสูงของตึกโดยไม่ 
ต้องขึ้นไปบนตึกด้วยซ้ำ 

หรือถ้าเกิดอยากใช้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์มากกว่านี้ 
ก็เอาเชือกเส้นสั้นๆ มาผูกกะบารอมิเตอร์แล้วแกว่งเหมือนลูกตุ้ม ตอนแรกก็แกว่ง 
ระดับพื้นดิน แล้วก็ไปแกว่งอีกทีบนดาดฟ้า ความสูงของตึกจะหาได้จาก ความแตกต่าง 
ของคาบการแกว่ง 
เนื่องจากความแตกต่างของแรงดึดดูดจากจุดศูนย์กลางของมวล 
คำนวณจาก T = 2 พาย กำลัง 2 รากที่ 2 ของ l/g 

ถ้าตึกมีบันไดหนีไฟก็ง่ายๆ 
ก็เดินขึ้นไปเอาบารอมิเตอร์ทาบแล้วก็ทำเครื่องหมายไปเรื่อยๆ 
จนถึงยอดตึกนับไว้คูณด้วยความสูงของบารอมิเตอร์ก็ได้ความสูงตึก 

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่น่าเบื่อและยึดถือตามแบบแผนจำเจซ้ำซาก 
คุณก็เอาบารอมิเตอร์วัดความดันอากาศที่พื้นและที่ยอดตึก คำนวณความแตกต่างของ 
ความดันก็จะได้ความสูง 

ส่วนวิธีสุดท้ายง่ายและตรงไปตรงมาก็คือ 
ไปเคาะประตูห้องภารโรง แล้วบอกว่า อยากได้บารอมิเตอร์สวยๆ ใหม่เอี่ยมสักอันไหม ช่วยบอกความสูงของตึกให้ผมทีแล้วผมจะยกให้ 

นักศึกษาคนนั้นคือ นีล โบร์ 
ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีค.ศ.1922



ผมได้อ่านเรื่องนี้ก็สะท้อนใจหลายอย่าง เมื่อดูงานพันธกิจ งานรับใช้พระเจ้าในประเทศไทยปัจจุบัน มีผู้รับใช้หลายท่านกำลังหลงทาง คิดว่าสิ่งที่ท่านทำสำเร็จมาเมื่อหลายปีก่อน ยังใช้ได้ดีในปัจจุบัน และหวังว่ามันจะใช้ได้ดีในอนาคตไปด้วย....วันก่อนผมได้อ่านหนังสือเล่มนึงที่ผู้รับใช้พระเจ้าท่านนึงบอกว่า พระเจ้า พระองค์ทรงทันสมัย พระองค์ชอบความแปลกใหม่ ความหลากหลาย และทรงกระทำสิ่งที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอในงานของพระองค์ แล้วทำไมหละในเมื่อพระองค์จะทรงใช้เราบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ในรุปแบบนั้นบ้าง...ในเมื่อ"โลก"ทุกวันนี้มันก็หมุนเร็วขึ้น เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นในทุกๆเรื่อง ถ้าเราไม่คิดใหม่ทำใหม่ และมองออกนอกกรอบที่มีคนเคยตีกรอบเอาไว้ให้ในงานของพระองค์ ไม่มีทางเลยที่งานพันธกิจจะสำเร็จได้ดั่งใจของพระเจ้าผู้ทรงคาดหวังในผลของต้นมะเดื่อ

ผมรู้ว่าผมแก่แล้วครับ และยอมรับด้วยว่าแม้อายุ 35ปี ผมก็แทบจะไม่ทันโลกที่หมุนใบนี้ ยิ่งโลกของวัยรุ่น ผู้นำทั้งหลายครับ ยอมรับเถอะครับว่าท่านก็ตามไม่ทัน คิดใหม่ มองใหม่ ให้ผุ้รับใช้ที่ท่านมองว่าเป็นเด็กนี่แหละ ให้โอกาสเขาทำ เปิดโลกไอเดียของเขาออกมา ใช้เขาให้เป็นประโยชน์ อย่าหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของเขาครับ

ถ้าคุณทำโบสถ์ ทำคริสตจักรอยู่ อย่าให้สิ่งต่างๆในคริสตจักรที่เป็นงานประจำเช่น การเตรียมรอบนมัสการ การเตรียมเทศนา การจัดรายการพิเศษต่างๆ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ฯลฯ ทำให้คุณพลาดสายตาที่จะมองถึงนิมิต และแผนการพิเศษที่พระเจ้าจะใช้คุณ ใช้คริสตจักรของคุณ ในฐานะผู้นำการพลาดไปจากวัตถุประสงค์ และแผนการณ์ของพระเจ้า ก็เหมือนกับคุณเป็นกัปตันเรือที่มัวแต่สาละวนกับการเช็ดถูดาดฟ้าเรือ ออกกฎระเบียบวินัยกะลาสี ลงโทษคนฝ่าฝืนกฎ จิปาถะ ฯลฯแต่กลับพาเรือไปในทิศทางที่ผิด (สิ่งรายละเอียด การดำเนินงานคริสตจักร มอบหมายให้ผู้ช่วยสิครับ มัคนายก ผู้ปกครองก็มีไม่ใช่เหรอครับ)

ผมเคยพูดแล้วว่า พื้นที่สงครามที่สู้รบฝ่ายวิญญาณหนักที่สุด นองเลือดที่สุด และโหดเหี้ยมที่สุดก็คือสงครามวัยรุ่นครับ การแย่งชิงวิญญาณของวัยรุ่น ซึ่งผมรู้สึกว่าในประเทศไทยตอนนี้  เราแพ้ซาตานหลุดลุ่ย ขาดลอย ......... อย่าว่าแต่คนยังไม่เชื่อเลยครับ คริสเตียนวัยรุ่นในปัจจุบัน ก็กินเหล้า สูบบุหรี่ ชกต่อย ทะเลาะวิวาทกัน ด่าคำหยาบคาย ไม่ได้แตกต่างจากคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าเลยครับ....


เสียดายที่คริสเตียน คริสตจักรของพระเยซูคริสต์ในประเทศไทย แพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นชก