วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เมื่อต้องดูแลกลุ่มอนุชน..ลิงทะโมนในคราบลูกแกะ




ผมเพิ่งกลับจากค่ายของCTTM โดยพาบรรดาลูกลิง เอ้ย ลูกแกะทั้งหมด 6 คนไปร่วมเล่นดนตรีรอบพิเศษหลังการเทศนาตอนค่ำ โดยเดินทางตอนบ่ายวันศุกร์ และกลับตอนเที่ยงคืนวันเสาร์ที่2 พค. ถึงกรุงเทพตอนตีสาม

ผมเชื่อพระเจ้าตอนที่เป็นอนุชน และเริ่มรับใช้ตอนนั้นทันที ผมจึงโตมาในวัยอนุชนซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี มีลูกแกะถามผมวันนึงว่า ตอนสมัยผมเป็นอนุชน เรียนมหาวิทยาลัย ผมเข้าชมรมอะไรบ้าง ผมก็คิด...แล้วตอบไปว่า ผมไม่ได้เข้าชมรมอะไรเลยตอนเรียนมหาวิทยาลัย เพราะกิจกรรมของผมทั้งหมด มันอยู่ที่โบสถ์หมดแล้วครับ ทั้งดนตรี ค่าย กีฬา ประกวด เยี่ยมเยียนระหว่างโบสถ์ งานประกาศ ฯลฯ มานั่งนึกๆเออ งานในโบสถ์เราตอนเป็นอนุชนเนี้ยะ มันเหมือนกับอยู่ชมรมสัก 10ชมรมได้ ทำมันทุกอย่างจริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่สนุกๆมากๆด้วยครับ เวลาที่คิดย้อนกลับไปตอนวัยรุ่นของเรา พอไปมหาวิทยาลัยก็เรียนอย่างเดียว เพราะเรียนเสร็จ ก็ต้องกลับมาเข้ากลุ่มเซลบ้าง มาซ้อมดนตรีบ้าง หรืออาจจะต้องออกไปสำรวจค่ายตอนวันหยุดสุดสัปดาห์บ้าง มีอะไรให้ทำตลอดทั้งปี ตั้งแต่มกราคมยันธันวาคม

โลกของอนุชน หรือวัยรุ่น มันเป็นโลกแห่งสีสัน และประสบการณ์ใหม่ๆจริงๆครับ โลกของเขาไม่ได้มี"กรอบ" หรือ "เวลา"มากำกับหรือบังคับ เพราะ เขาจะตื่นกี่โมงก็ได้ ไปเรียนก็ได้ ไม่เรียนก็ได้ หรือจะหาเวลาไปต่างจังหวัดสัก 3-4วันก็เป็นเรื่องธรรมดามากๆ เพียงแต่จะต้องมี "วินัย"ในการเรียนสักหน่อยที่ขาดไป2-3วันก็ต้องไปตามเลกเชอร์กับเพื่อน หรือตามส่งงานให้ครบ ก็จะไม่มีปัญหากับการเรียนเลย ไม่เหมือนพวกเราวัยทำงาน ผู้ใหญ่ ลองขาดงานไป 2-3วัน เป็นโดนเจ้านายมองตาเขียว หรือไม่ก็อาจจะเห็นซองขาวๆอยู่บนโต๊ะทำงานของเราก็ได้

เพราะฉะนั้นเวลาเราจะทำงานรับใช้กับอนุชน ก็ต้องเข้าใจโลกของเขาด้วยครับ บางทีเราผ่านช่วงเวลานั้นมานานเกินไปจนเราก็หลงลืมไปว่า ในสมัยรุ่นของเรานั้นเป็นอย่างไรไปแล้ว

บางครั้งเราก็ให้พวกเขาคิดกันนอกกรอบได้ครับ หรือว่าพาพวกเขาไปเรียนรู้ในโลกกว้าง นอกโบสถ์ พาไปออกทริป ไปต่างจังหวัด หรือบางครั้งมีงานอะไรบางอย่างก็ให้พวกเขา"คิดเอง" ดีกว่าที่เราไป"สั่ง"เขานะครับ แล้วพวกผู้ใหญ่อย่างเราก็ต้องคอยติดตามสอบถามความคืบหน้าของงาน และกรอบประเด็นที่จะต้องไม่ตกขอบเกินไป เหมือนกับเป็นคนที่คอยให้คำปรึกษาหละครับ ผมว่าเราทุกคนก็ล้วนโตมากับคำว่า"ลองถูกลองผิด" ดังนั้นบางอย่างก็ปล่อยให้เขาได้"ลองถูกลองผิด"บ้างก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ร้ายแรง เราต่างก็รู้จักลูกแกะของเราดีไม่ใช่เหรอครับ ถ้ารุ้จักดีก็ปล่อยเขาบ้าง ลูกแกะผมคนนึงยังแอบสูบบุหรี่ กินเหล้าอยู่เลยครับ มีครั้งนึงผมเห็นคาตา ก็ชี้นิ้วว่า"ไอ้พจ...สูบบุหรี่เหรอวะ" มันก็รีบแก้ตัว"ผมเครียดอะพี่" หึหึ เครียดอะไรของมันวะ แม่มอายุ 18 จะเครียดอะไรนักหนา แต่ก็ให้อภัยมัน เราทำได้ก็คืออธิษฐานเผื่อ และให้ความรักและเข้าใจมัน แต่ก็ต้องแสดงให้มันรู้ว่า "เราไม่เห็นด้วย" นะครับกับสิ่งที่ทำผิด แต่ก็ไม่ถึงกับให้อภัยไม่ได้ เชื่อไหมครับ หลังจากนั้นเป็นต้นมามันก็ไม่สูบบุหรี่อีกเลย (หรือว่าเราไม่เห็นก็ไม่รู้ ฮ่าๆ)

แต่ก็เอาเถอะครับ สมัยของผมเอง ก็ยอมรับเลยว่า เป็นอนุชนที่รักพระเจ้ามากคนนึง แต่ก็ยังมีช่วง"แรด" ไปเที่ยวRCA กับเพื่อน ถองเหล้ากันจนเมา พอตอนเช้าก็มานั่งสารภาพบาป 55 แล้วไอ้เพื่อนตัวดีตอนนั้น ปัจจุบันมันก็เป็นผู้รับใช้พระเจ้าที่Holy มากคนนึงครับ ผ่านมาด้วยกัน ดังนั้นการเข้าใจวัยรุ่น อนุชน ที่จะพลั้งเผลอทำบาปบ้าง ให้เราคิดซะว่า ก็ยังดีกว่ามันโกหกแล้วแอบปิดบังเรา ไปทำการฉ้อฉลต่อหน้าเป็นคนHoly แต่ลับหลังไปโกงหรือหลอกลวงคนอื่นแบบผู้รับใช้หลายท่านทำ ไม่มีบาปใดที่ให้อภัยไม่ได้ครับถ้าสารภาพบาปและกลับใจใหม่ (ยกเว้นบาปคือ การหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์ มัทธิว 12:31 )

ปล. ไอ้รูปลิงสองตัวเนี้ยะ มันคือลูกแกะของผมเองครับ
Posted by Picasa

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น