วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

เมื่อผมหลงเข้าไปในโลกของ "กบ" CamFrog




ที่ผมหายไป 4 วันไม่ได้อัพเดท Blog "คริสเตียน ตัวโน๊ต และไซเบอร์"เลยก็เพราะผมได้ลองเข้าไป"เล่น"โปรแกรมสำหรับChatที่ชื่อ "CamFrog"หรือภาษาไทยที่เรียกว่าโปรแกรม"ส่องกบ" นั่นเอง

เกิดจากเมื่อประมาณ2ปีที่ผ่านมาชื่อเสียงของเจ้าโปรแกรมตัวนี้ได้ลือกระฉ่อนทั้งทางด้านที่ดีและไม่ดี(แต่โดยส่วนมากคือไม่ดี) จึงทำให้ผมค่อนข้างสนใจโปรแกรมตัวนี้เป็นพิเศษ และจากบทความเมื่อสองสามวันก่อน ถ้าคุณนอนหลับแล้วตื่นขึ้นมา คุณพบว่าคุณตกรุ่นไปแล้ว..ทุกวัน
ที่ทำให้ผมสนใจอยากลองสัมผัสเจ้าโปรแกรมตัวนี้แบบ ให้รู้ดำรู้แดงไปเลย .... ลุยยยย

เกริ่นก่อนว่า ผมเริ่มเล่นอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ปี 1997 สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยมหานคร นอกจากใช้โปรแกรมเว็บบราวเซอร์เข้าไปดุเว็บไซต์ต่างๆแล้ว ผมก็มีโอกาสใช้โปรแกรมChatที่ตอนนั้นดังมากก็คือ ICQ และ Pirch ซึ่งถ้าคนไหนทันเล่นอินเทอร์เน็ตก่อนปี 2000 จะต้องรู้จักเจ้าโปรแกรมสองตัวนี้แน่นอน ICQ คือโปรแกรมMSN ในปัจจุบันนี่แหละครับ ดังนั้นผมจะขอผ่านไป

เจ้าโปรแกรม Pirch นี่แหละก็คือโปรแกรมสำหรับChat หรือพูดคุยกันเป็นห้องเป็นกลุ่มแทบจะเป็นโปรแกรมดั้งเดิมที่ใช้งานแบบนี้ วิธีการเล่นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเจ้าโปรแกรมCamFrogในปัจจุบันมากนัก คือเมื่อเข้าโปรแกรมนี้แล้ว ก็จะมีห้องสนทนาต่างๆ ที่เรามีอิสระในการสร้างห้อง หรือจะเข้าห้องไหนก็ได้ เมื่อเข้าไปก็จะสามารถพูดคุยกันกลางห้อง หรืออยากจะคุยส่วนตัวสองคน ก็ได้ จากรูปแบบการใช้งานนี้จึงทำให้เกิดกลุ่มสังคมออนไลน์ย่อยๆเกิดขึ้น เช่น สมมติมีห้องที่ชื่อว่า "สยามซ่า" มีคนที่เข้าไปพูดคุยกันเป็นประจำจนเกิดความคุ้นเคยกัน เรียกว่ามีสมาชิกประจำประมาณ 30 คน ก็จะเริ่มนัดพบกันที่เรียกว่า "มีทติ้งห้อง" เป็นการออกมาพบกันในโลกความเป็นจริงหลังจากพูดคุยรู้จักกันในโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งในห้องนี้ก็มีทั้งมิตรภาพจริงๆ แล้วก็มิตรภาพหลอกๆ ก็แล้วแต่ว่าใครจะไปเจอใคร รู้จักใคร

ผมมีโอกาสเล่นเจ้า Pirch จนกระทั่งเรียกได้ว่าเป็นสมาชิกประจำที่รู้จักคุ้นหน้าคุ้นตาในห้องๆหนึ่ง ออกมานัดมีทติ้งกันหลายครั้ง แต่ในสมัยนั้นอินเทอร์เน็ตยังไม่ได้พัฒนาเหมือนปัจจุบัน Pirch จะเห็นแค่เฉพาะตัวอักษรเท่านั้น ส่วนหน้าตา ก็คือต้องส่งรูปDigital ให้ดูกันเองทางอีเมล์หรือการแลกเปลี่ยน File ภาพเคลื่อนไหวเป็นเรื่องยากในตอนนั้น(เพราะเล่นกันที่ความเร็ว 33.6K เทียบกับปัจจุบันคือ512K ไปจนถึง 4,000K)เมื่อได้กลายเป็นสมาชิกประจำก็จะได้รับสิทธิต่างๆของห้อง อัพจากคนทั่วไปมาเป็นสมาชิก-ผู้ดูแลห้อง ฯลฯ และก็ทำให้เรา"ติด" คือห้องต่างๆพวกในในโลก"อินเทอร์เน็ต" มันเปิด 24 ชม.ครับ คือไม่มีวันปิด ใครจะเข้ามาตอนไหนก็ได้ ทำให้บางคนที่ติดหนักๆแทบจะอยู่หน้าจอเพื่อเสพการสนทนาผ่านเจ้าโปรแกรมนี้ทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว

ผมเรียกได้ว่าติดระดับปานกลางคือใช้เวลาเล่นประมาณ5-6ชม.ต่อวัน เมื่อกลับมาบ้าน ใช้คอมพิวเตอร์ก็จะนั่งตั้งแต่ 1ทุ่มไปจน ตึ1-2 แต่ท้ายที่สุด ก็มาถึงจุดที่ทำให้เลิกเล่นก็คือ จากมิตรภาพที่ดีๆ คนที่เล่นก็หลายพ่อพันแม่ หลายคนก็ใส่หน้ากากเข้าหากัน พอคบๆไปมันก็เผยตัวตนที่แท้จริงออกมา เพราะโลกอินเทอร์เน็ตเราจะใส่หน้ากากอย่างไรก็ได้แต่พอออกมาในโลกความเป็นจริงมันปิดบังกันไม่ได้ ผมก็เลยเรียกได้ว่า ผิดหวังกับมิตรภาพตรงนั้น ก็เลยเลิกเล่นออกมา แล้วก็คิดว่าจะไม่เล่นอีกแล้ว เหมือนอาการคนอกหักครับ หลังจากนั้นผ่านไป 2ปีคิดยังไงก็ไม่รู้ กลับไปเล่นใหม่ ห้องใหม่ แล้วก็อกหักออกมาเป็นรอบที่สอง(ผมเล่าคร่าวๆ อย่างรวบรัดนะครับ) จากเหตุการณ์ทั้ง 2เหตุการณ์จึงเป็นสาเหตุที่ผมแทบไม่แตะโปรแกรมจำพวกนี้อีกเลย เข็ดครับ....

เกริ่นมาตั้งนาน.. แต่ก็เป็นเหตุผลที่ผมไม่ได้เล่นเจ้า CamFrogเลย ที่จริงผมได้ยินชื่อเสียงของโปรแกรมนี้มาตั้งแต่แรกที่เริ่มดัง ยิ่งโดยเฉพาะตอนที่ผมมาเปิดร้านอินเทอร์เน็ตก็พบว่า มีน้องๆและลูกค้ามาใช้บริการที่ร้านล้วนติดเจ้าโปรแกรมตัวนี้"งอมแงม" คือ มาปุ๊ปต้องเปิดปั็บ เล่นกันจนเป็นMember เป็น DJ (คือได้รับสิทธิในการเปิดเพลง จัดรายการในห้อง แล้วก็พูดออกไมค์ฯที่คนในห้องจะได้ยินหมด) มีน้องคนนึงชื่อว่า "ไอ้อ๊อด" มันเป็นเด็กแว้นท์อ้วนๆ หัวทองๆ ขับมอเตอร์ไซต์แต่ง มาเล่นประจำที่ร้าน ดึกๆดื่นจนเช้า ติดเจ้าโปรแกรมนี้อย่างหนัก จนชวนเพื่อนที่ติดโปรแกรมนี้ด้วยกันไปเปิดห้อง ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 1,400 .....ซึ่งเป็นค่าเช่าSever ค่าโปรแกรมดูแลห้อง ค่าเช่าบ๊อท(โปรแกรมอำนวยความสะดวก และดูแลห้อง) แต่รูปแบบของ"สังคมออนไลน์"ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

เมื่อผมตัดสินใจที่จะลองศึกษาเจ้าโปรแกรมตัวนี้เนื่องด้วยเหตุผลที่ต้องการสร้างสังคมออนไลน์ของกลุ่มคริสเตียนวัยรุ่นขึ้น แต่ไฉนเลยจะไม่เข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง ก็จัดการโหลดโปรแกรมมาลงที่เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัว แล้วก็หาห้องที่จะเข้าไป"ฝังตัว" โดยปกติห้องแคมฟ๊อกสำหรับคนทั่วไปมี 2 กลุ่มคือ กลุ่มGeneral และห้อง 18+  เจ้าห้องที่เป็นข่าวและเป็นปัญหาสังคมก็อยู่ในกลุ่มของ 18+ นี่แหละครับ คือห้องเฉพาะคนที่อายุ 18ปีขึ้นไปถึงเข้าได้ ส่วนผมเคยลองเข้า 18+ ครั้งนึง ก็ค่อนข้างล่อแหลมมากครับ เป็นที่รู้กันว่า กลุ่มคนที่เข้ามาใช้ห้องในกลุ่ม 18+ เน้นเรื่อง Sexเป็นหลักใหญ่ คือการเข้ามาหาเพื่อนต่างเพศ มาจีบกัน และมาแสดงโชว์เต้นยั่วยวนกัน สำหรับคนที่ไม่รู้อาจจะตกใจ แต่มันคือโลกของสังคมออนไลน์ที่เราต้องรู้ไว้ครับว่ามันมีจริงๆ

ผมจึงเลือกกลุ่ม General เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต(ฝ่ายวิญญาณ)ของผมเอง แล้วก็ได้ห้องหนึ่งที่ติดอันดับ 1/3 ที่มีผู้เข้ามาใช้มากที่สุด เพราะบังเอิญได้รู้จักกับเจ้าของห้อง ผมเริ่มเล่นโดยพยายามฟื้นความรู้เดิมๆสมัยที่ใช้Pirch คือพยายามทักทายคนในห้องก่อน แต่สิ่งที่ต่างออกไปก็คือ เจ้าโปรแกรมCamFrogมันพัฒนาจากPirch ไปมากมาย จนผมแทบจะต้องเรียนรู้ใหม่ในหลายๆอย่าง ไว้ผมจะมาเล่นละเอียดในตอนหน้าครับว่า ผมเริ่มอย่างไร และระหว่าง 4วันที่ผ่านมาผมเจออะไรบ้าง ตอนนี้ผมเรียกได้ว่า "เกือบติด" เจ้าโปรแกรมตัวนี้ซะแล้วครับ

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ6 ตุลาคม 2554 16:33

    ห้องที่เปนคริสเตียนมีมั๊ยค่ะจะเข้าไปเล่น

    ตอบลบ